⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 549/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยแบ่งแยกโฉนดที่ดินและโอนกรรมสิทธิ์ให้ โดยอ้างสิทธิครอบครองตามมาตรา 1383 ป.พ.พ. นั้น หากจำเลยไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินการดังกล่าว โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องในส่วนนี้.

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องบังคับจำเลยให้แบ่งแยกโฉนดที่ดินพิพาทและโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทแก่โจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามป.พ.พ. มาตรา 1383 นั้น เป็นกรณีที่จำเลยไม่มีหน้าที่ในทางนิติกรรมที่จะต้องไปแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่พิพาทและโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ดังนี้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแต่เมื่อโจทก์มีคำขอให้พิพากษาแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาทด้วยจึงควรวินิจฉัยข้อนี้ต่อไป.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และสามีเข้าครอบครองทำนาด้วยความสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาจนบัดนี้เป็นเวลานานเกินกว่า10 ปีแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ด้วยการครอบครองที่พิพาทขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 153 ตำบลดอนทราย (ทับคาง)อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เฉพาะส่วนตามแผนที่พิพาทเนื้อที่1 ไร่ 1 งานเศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ด้วยการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์และยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวแต่โจทก์อาศัยที่พิพาทของจำเลยนี้เลี้ยงวัวและปลูกพืชบ้างเป็นบางปีโจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยไปแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่พิพาท และโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้โจทก์ อ้างว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่ว่าโจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม จำเลยไม่มีหน้าที่อย่างใดในทางนิติกรรมที่จะต้องไปแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่พิพาท และโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยให้ทำเช่นนั้นอย่างไรก็ตาม คดีนี้โจทก์มีคำขอให้ศาลพิพากษาแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาท จึงเห็นควรวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีหรือไม่... ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้ ที่จำเลยนำสืบมา มีน้ำหนักน่าเชื่อยิ่งกว่าพยานโจทก์ รับฟังได้ว่าจำเลยยังคงครอบครองที่พิพาทในฐานะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตลอดมา ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์เข้าครอบครองที่พิพาทในฐานะเป็นเจ้าของ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทเพราะมิได้ครอบครองโดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2535 นาง กุล ทรัพย์ มาก โจทก์ นาง จอม หอม ห วน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง กุล ทรัพย์ มาก · จำเลย - นาง จอม หอม ห วน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ตัน เวทไว · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ