คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 693/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงแบ่งที่ดินกันตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว การครอบครองที่ดินตามส่วนที่แบ่งนั้นย่อมเป็นสิทธิของผู้ครอบครอง แม้ภายหลังจะมีการออกโฉนดที่ดินทั้งหมดในชื่อของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ก็ไม่ทำให้บุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ในส่วนของผู้อื่น และผู้รับโอนที่ดินย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 แบ่งที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และ ร. สามีโจทก์ที่ 3 และคู่ความในคดีได้ตกลงแบ่งเขตที่ดินกันครอบครองเป็นส่วนสัดแล้ว โจทก์ทั้งสามจึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามส่วนที่แบ่งกัน แม้จำเลยที่ 1จะนำเอาที่ดินพิพาททั้งหมดไปออกโฉนดเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว ก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ทั้งสาม และไม่ใช่การแย่งการครอบครอง จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิที่จะยกที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ทั้งสามให้แก่ พ. คงมีสิทธิยกให้เฉพาะส่วนของตนเท่านั้น เมื่อ พ. ตาย จำเลยที่ 2 ภรรยาผู้รับมรดกของ พ.ก็ไม่มีสิทธิดีกว่าพ. จึงไม่มีสิทธิขายที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ทั้งสามให้กับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหมดทั้งแปลง คงได้เฉพาะส่วนที่จำเลยที่ 1ได้รับแบ่งตามคำพิพากษาตามยอมและต่อมาตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 เท่านั้น เพราะผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง น้ำ วุ้น เรืองศ รี กับพวก · จำเลย - นาง สาหร่าย ทัพ วงศ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมมาตร พรหมานุกูล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ