⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 729/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ก่อนถึงแก่กรรม ล. ผู้ตายซึ่งมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาทยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1ครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่า 10 ปี และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 แล้ว ที่ดินพิพาทจึงไม่ใช่ทรัพย์มรดกของ ล. ผู้ตาย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 เป็นบุตรของนายสริกับนางเลี่ยม ปานเพ็ง จำเลยที่ 2 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 นายสริถึงแก่กรรมไปก่อนแล้วเมื่อนางเลี่ยมถึงแก่กรรมมีที่ดินเป็นมรดกเนื้อที่ 8 ไร่ 13 ตารางวา จำเลยที่ 1 ได้ร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นอ้างว่าได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวจนได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382และจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินจากนางเลี่ยมเป็นชื่อจำเลยทั้งสอง ความจริงนางเลี่ยมมิได้ยกที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ใด และจำเลยที่ 1 มิได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาติดต่อกันกว่า 10 ปี แต่อย่างใดขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นและเพิกถอนชื่อของจำเลยทั้งสองออกจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินดังกล่าว กับให้แบ่งที่ดินออกเป็น 3 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดเอาเงินที่ได้มาแบ่งแทน จำเลยทั้งสองให้การว่า เดิมที่ดินพิพาทมีเนื้อที่ 12 ไร่13 ตารางวา นางเลี่ยมยกให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 4 ไร่ ส่วนที่เหลือ8 ไร่ 13 ตารางวา ยกให้จำเลยที่ 1 ปี พ.ศ. 2521 โจทก์ที่ 1รังวัดแบ่งแยกที่ดิน 4 ไร่ออกไปแล้ว ส่วนจำเลยที่ 1 คงครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่า10 ปี เมื่อนางเลี่ยมถึงแก่กรรม จำเลยที่ 1 ร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 จึงไปขอแก้ชื่อในโฉนดที่ดินจากชื่อนางเลี่ยมเป็นชื่อจำเลยทั้งสอง ที่ดินพิพาทไม่ใช่มรดกของนางเลี่ยม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ก่อนถึงแก่กรรมนางเลี่ยมผู้ตายซึ่งมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาท ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่า 10 ปี และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้ว ที่ดินพิพาทจึงไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนางเลี่ยมผู้ตาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2535 นาย จรูญ ปานเพ็ง กับพวก โจทก์ นาง สละ จู มั่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย จรูญ ปานเพ็ง กับพวก · จำเลย - นาง สละ จู มั่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 621/2519ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1415/2540ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1390/2506ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 4185/2547ฎีกา 876/2492ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 2532/2523ฎีกา 663/2488ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา