⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 793/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ข้อยกเว้นความรับผิดในกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุว่าผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดหากผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ หรือขาดต่ออายุเกินกว่า 180 วัน ทำให้ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดตามเงื่อนไขนั้น * ข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุว่าผู้รับประกันภัยจะไม่ยกความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์เป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกเพื่อปฏิเสธความรับผิดนั้น ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับเงื่อนไขที่เป็นข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยได้

ย่อคำพิพากษา

กรมธรรม์ประกันภัยกำหนดข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยไว้ว่า การขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับอนุญาตขับรถยนต์ใด ๆหรือเคยได้รับแต่ขาดต่ออายุเกินกว่า 180 วัน เมื่อใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยที่ 1 ผู้ขับรถยนต์ขาดต่ออายุลงเกินกว่า 180 วันในเวลาเกิดเหตุจึงต้องตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ดังกล่าว จำเลยที่ 3ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ซึ่งถูกรถยนต์คันดังกล่าวชนได้รับบาดเจ็บ กรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุว่าผู้รับประกันภัยจะไม่ยกความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์เป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกเพื่อปฏิเสธความรับผิดนั้น จะนำมาปรับกับเงื่อนไขที่เป็นข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยไม่ได้ เพราะข้อยกเว้นแห่งความรับผิดเพียงทำให้ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดเท่านั้น ไม่ทำให้กรมธรรม์ประกันภัยกลายเป็นไม่สมบูรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 4จ-5015กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ 2 ไปในทางการที่จ้างหรือในกิจการที่ได้รับมอบหมายของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทชนโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บ จำเลยที่ 3 รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน4จ-5015 กรุงเทพมหานคร ไว้กับจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ขอให้จำเลยทั้งสามชำระเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดเพราะผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน 5,487.50 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย โจทก์และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 28,000บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคัดค้านว่า เมื่อวันที่7 มกราคม 2525 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา ขณะที่โจทก์เดินข้ามถนนกำแพงเพชรหน้าสวนจตุจักรได้ถูกรถยนต์หมายเลขทะเบียน 4 จ-5015กรุงเทพมหานคร ชนได้รับบาดเจ็บ จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์ดังกล่าว ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นคนขับรถยนต์คันนั้น จำเลยที่ 2ได้นำรถยนต์ของตนไปประกัยภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ 3 ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.7 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2ร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์จำนวน 28,000 บาท แต่จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.7ข้อ 3.9.2 คดีคงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยจะต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 28,000 บาท ให้แก่โจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ต่อไปตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 1 ผู้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล แต่ใบอนุญาตสิ้นอายุเมื่อวันที่9 ตุลาคม 2525 ตามเอกสารหมาย ล.8 จนถึงวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1ก็ยังไม่ได้ต่อใบอนุญาตขับขี่จนเกินกำหนด 180 วันแล้ว ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.7 ข้อ 2.13.6 และข้อ 3.9.2 ได้กำหนดยกเว้นความรับผิดไว้ว่า การขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับอนุญาตขับรถยนต์ใด ๆ หรือเคยได้รับแต่ขาดต่ออายุเกินกว่า 180 วันหรือเคยได้รับแต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมายในการขับรถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ เมื่อใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยที่ 1 ขาดต่ออายุลงเกินกว่า 180 วันในเวลาเกิดเหตุ จึงต้องตามเงื่อนไขในข้อ 2.13.6และ 3.9.2 ที่การประกันภัยของจำเลยที่ 3 ไม่คุ้มครองถึงอุบัติเหตุที่เกิดจากการขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ส่วนกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.7ข้อ 2.14 ที่ระบุว่าบริษัทจะไม่ยกความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์และอื่น ๆ เป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกเพื่อปฏิเสธความรับผิดตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 ตามที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างในฎีกานั้น ไม่อาจจะนำมาปรับเป็นข้อยกเว้นของข้อ 2.13.6 และ 3.9.2 ได้ เพราะความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ไม่ใช่เป็นข้อยกเว้นแห่งความรับผิดตามข้อ 2.13.6 และ 3.9.2 ข้อ 2.13.6 และ 3.9.2 เป็นเงื่อนไขยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย หากเข้าข้อยกเว้นตามข้อ 2.13.6 และ 3.9.2 ก็เป็นเพียงทำให้จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดเท่านั้น ไม่ทำให้กรมธรรม์ประกันภัยกลายเป็นไม่สมบูรณ์ไป จึงไม่อาจนำมาปรับกันได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2535 นางสาว สุนันท์ หนูสมจิตต์ โจทก์ นาย บำรุง อินทร แจ้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว สุนันท์ หนูสมจิตต์ · จำเลย - นาย บำรุง อินทร แจ้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · นิเวศน์ คำผอง · ตัน เวทไว
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7230/2552ฎีกา 3131/2543ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2765/2565ฎีกา 1746/2540ฎีกา 7552/2568ฎีกา 958/2535ฎีกา 3760/2533ฎีกา 5590/2548ฎีกา 1042/2518ฎีกา 7034/2538ฎีกา 361/2539ฎีกา 4473/2541ฎีกา 7078/2560ฎีกา 2208/2535ฎีกา 1878/2566ฎีกา 2343/2527ฎีกา 4127/2529ฎีกา 352/2554ฎีกา 1451/2521ฎีกา 2478/2535ฎีกา 1492/2524ฎีกา 3431/2529ฎีกา 500/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา