⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 897/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลให้จำเลยโอนที่ดินที่จำนองให้โจทก์เพื่อชำระหนี้แล้ว แม้โจทก์จะขายที่ดินได้ราคาสูงกว่าหนี้ จำเลยจะเรียกเงินส่วนที่เกินคืนไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 732 ใช้บังคับเฉพาะกรณีขายทอดตลาดบังคับจำนองเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาล โดยจำเลยตกลงโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จำนองให้โจทก์ เมื่อจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาแล้ว แม้ภายหลังโจทก์ขายที่ดินดังกล่าวให้บุคคลอื่นได้ราคาสูงกว่าจำนวนหนี้ที่จำเลยค้างชำระ จำเลยจะขอให้โจทก์คืนเงินค่าที่ดินส่วนที่เกินจำนวนหนี้แก่จำเลยไม่ได้เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 732 ใช้บังคับเฉพาะกรณีขายทอดตลาดบังคับจำนอง ไม่ใช้บังคับกรณีทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.732 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยชำระเงิน 686,562.50 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 2434,2435 และ 2436 ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมซึ่งจำเลยจดทะเบียนจำนองไว้กับโจทก์ขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ต่อมา โจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลชั้นต้นโดยจำเลยตกลงโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จำนองทั้งสามแปลงชำระหนี้ให้โจทก์ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2531 โจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาขายที่ดินทั้งสามแปลงให้ผู้มีชื่อและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้มีชื่อ จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้นำที่ดินทั้งสามแปลงไปขายให้ผู้มีชื่อเป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์จึงต้องคืนเงินส่วนที่เกินกว่าหนี้สินที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ให้จำเลย ขอให้ศาลเรียกโจทก์มาสอบถามและบังคับให้คืนเงินส่วนที่โจทก์ขายที่ดินได้เกินกว่าจำนวนหนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ต้องคืนเงินค่าขายที่ดินส่วนที่เกินกว่าหนี้สินให้แก่จำเลยหรือไม่ ในประเด็นนี้จำเลยอ้างว่า แม้จะตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว โจทก์และจำเลยยังมีเจตนาปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 732 อีกส่วนหนึ่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ปรากฏข้อความดังที่จำเลยอ้างทั้งกรณีของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 732ซึ่งถ้าผู้รับจำนองบังคับจำนองโดยการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้เงินสุทธิเท่าใด หลังจากใช้แก่ผู้รับจำนองแล้วมีเงินเหลือเท่าใดก็ให้ส่งมอบแก่ผู้จำนองนั้น ก็เป็นการบังคับจำนองมิใช่กรณีที่มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างกัน จำเลยจะอ้างบทมาตราดังกล่าวให้โจทก์คืนเงินส่วนที่เกินให้จำเลยไม่ได้ และเมื่อกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวโอนเป็นของโจทก์แล้วโจทก์มีอำนาจจำหน่ายทรัพย์สินของตนได้โดยอาศัยอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์โดยไม่มีข้อจำกัดใด หาใช่เป็นการใช้สิทธิเหนือทรัพย์สินอันมีเงื่อนไข ดังที่จำเลยฎีกาไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2535 นาย สง่า อัน นัน นับ โจทก์ จ่าสิบเอก ประสาน ตาละลักษณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สง่า อัน นัน นับ · จำเลย - จ่าสิบเอก ประสาน ตาละลักษณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3191/2547ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 308/2509ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1280/2502ฎีกา 953/2505ฎีกา 2431/2530ฎีกา 2242/2531ฎีกา 7568/2541ฎีกา 506/2530ฎีกา 1225-1235/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา