⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 967/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 197 วรรคสอง เกิดขึ้นเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันที่ศาลเริ่มทำการสืบพยานเป็นวันแรกในคดีนั้น ไม่ว่าฝ่ายนั้นจะมีหน้าที่นำสืบในวันดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม. การจะขอให้พิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 ได้นั้น คู่ความจะต้องปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งให้เป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณาเสียก่อน.

ย่อคำพิพากษา

การขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 197 วรรคสอง มีความหมายว่า ในวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานเป็นวันแรกในคดีนั้นไม่ว่าจะเป็นพยานฝ่ายใดและไม่ว่าคู่ความฝ่ายใดมีหน้าที่นำสืบก่อน หากคู่ความฝ่ายใดไม่มาศาลในวันนั้นไม่ว่าตนจะมีหน้าที่นำพยานเข้าสืบในวันนั้นหรือไม่ก็เป็นการขาดนัดพิจารณาปรากฏว่าในวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานโจทก์ครั้งแรก จำเลยที่ 1 มาศาลการที่จำเลยที่ 1 ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยครั้งต่อไป จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา คู่ความที่จะมีคำขอให้พิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 ได้นั้น จะต้องปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งให้เป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณาเสียก่อนเมื่อไม่ปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา ดังนี้สิทธิที่จะขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ไม่อาจเกิดขึ้นได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์กระบะไปจากโจทก์ 1 คัน ราคา 355,680 บาท มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ตามงวดที่ตกลงกัน โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและยึดรถยนต์คืนจากจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน126,572 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาปลอมสัญญาเช่าซื้อและค้ำประกันจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 12 มีนาคม 2533โจทก์และจำเลยที่ 1 มาศาล จำเลยที่ 2 ไม่มา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ขาดนัดพิจารณา แล้วสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปาก จึงให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ต่อวันที่ 30 เมษายน 2533 ถึงวันนัดจำเลยที่ 1แถลงขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์จำเลยพร้อมกันวันที่ 29 พฤษภาคม 2533 ถึงวันนัดโจทก์มาศาล จำเลยทั้งสองไม่มา ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จนเสร็จและสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ 1แล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 69,800 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณาแต่เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยจึงมาศาลในวันนัดครั้งสุดท้ายไม่ได้เนื่องจากก่อนวันนัดจำเลยที่ 1 เดินทางไปทำธุระและค้างคืนที่กรุงเทพมหานครหลายวันและได้ล้มป่วยลงไม่สามารถเดินทางกลับมาให้ทันวันนัดได้ คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องเพราะหนี้ตามฟ้องไม่ถูกต้อง จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ในราคา250,000 บาทเท่านั้น และจำเลยที่ 1 ไม่ได้ค้างชำระหนี้โจทก์เป็นจำนวนมากมายตามฟ้อง จำเลยที่ 1 มีทางชนะคดีอย่างแน่นอนขอศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีศาลสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ 1 มิใช่พิพากษาโดยจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณาดังคำร้อง ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสองนั้น มีความหมายว่าในวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานเป็นวันแรกในคดีนั้น ไม่ว่าจะเป็นพยานฝ่ายใดและไม่ว่าคู่ความฝ่ายใดมีหน้าที่นำสืบก่อนหากคู่ความฝ่ายใดไม่มาศาลในวันนั้น ไม่ว่าตนจะมีหน้าที่นำพยานเข้าสืบในวันนั้นหรือไม่ก็ตามก็เป็นการขาดนัดพิจารณาตามความหมายของกฎหมายดังกล่าวข้างต้น คดีนี้ปรากฏว่าศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 12 มีนาคม 2533 โจทก์และจำเลยที่ 1มาศาล จำเลยที่ 2 ไม่มาศาล ศาลจึงสั่งว่าจำเลยที่ 2 ขาดนัดพิจารณาส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ได้สั่งขาดนัดพิจารณา การที่จำเลยที่ 1 ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยครั้งต่อไปคือวันที่ 29 พฤษภาคม 2533จึงไม่ถือว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณาตามกฎหมาย เมื่อศาลสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ไม่อาจทำการสืบพยานจำเลยที่ 1 ได้ ศาลจึงต้องสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีพยานมาให้สืบและเห็นว่าคู่ความที่จะมีคำขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 ได้นั้น จะต้องปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งให้เป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณาเสียก่อน เมื่อคดีนี้ไม่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่า ศาลได้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1ขาดนัดพิจารณาแล้ว สิทธิที่จะขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2535 ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลง่วนอัง โจทก์ นาง ส วง สรรพ สาร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลง่วนอัง · จำเลย - นาง ส วง สรรพ สาร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1069/2527ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 8888/2542ฎีกา 324/2503ฎีกา 1546/2514ฎีกา 5104/2533ฎีกา 1010/2520ฎีกา 2574/2556ฎีกา 813/2528ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1435/2517ฎีกา 3085/2540ฎีกา 1592/2521ฎีกา 163/2507ฎีกา 726/2512ฎีกา 1644/2519ฎีกา 2971/2522ฎีกา 4378/2531ฎีกา 431/2539ฎีกา 3426/2534ฎีกา 1296/2510ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ