คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าฤชาธรรมเนียมเป็นดุลพินิจของศาล โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการดำเนินคดี การที่ศาลกำหนดค่าเสียหายต่ำกว่าที่ขอมา ไม่ถือว่าโจทก์ดำเนินคดีโดยไม่สุจริต
ย่อคำพิพากษา
ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม ป.วิ.พ. มาตรา 161 บัญญัติให้เป็นดุลพินิจของศาลโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีการที่ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์ต่ำกว่าที่โจทก์ขอมาในฟ้อง ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ศาลพิพากษาให้จำเลยรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่ฟ้อง เป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้งสองสำนวนนี้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้โอนคดีสำนวนหลังของศาลจังหวัดมหาสารคามไปยังศาลแพ่งเพื่อรวมการพิจารณาพิพากษากับสำนวนแรก โดยโจทก์สองสำนวนฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานกระทำละเมิดจากจำเลยทั้งสองสำนวน จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด เพื่อความสะดวกศาลชั้นต้นกำหนดให้เรียกโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 4 ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 5 ที่ 6และโจทก์ที่ 2 ตามลำดับ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 200,000 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน140,000 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 10,000 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 5 และที่ 6 จำนวน 300,000 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย และให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 5 และที่ 6 เกี่ยวกับโจทก์ที่ 2
โจทก์ที่ 2 ในสำนวนแรก กับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 170,000 บาท โจทก์ที่ 4จำนวน 3,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกาข้อสุดท้ายว่าจำเลยควรรับผิดชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมเฉพาะทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีนั้น เห็นว่าในเรื่องความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 บัญญัติให้เป็นดุลพินิจของศาลโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีของคู่ความทั้งปวง การที่ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์ต่ำกว่าที่โจทก์ขอมาในฟ้องยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่ฟ้องจึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบแล้ว"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2536
บริษัท ไทย เอเชีย ประกันภัย จำกัด กับพวก โจทก์
นาย สุนทร จุติไชย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท ไทย เอเชีย ประกันภัย จำกัด กับพวก · จำเลย - นาย สุนทร จุติไชย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ · บุญสิน ตุลากัน |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ