⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1577/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อพิพาทในคดีเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้ร้องสอดจึงไม่อาจร้องสอดเข้ามาในคดีเดิมได้ แต่ให้ไปฟ้องเป็นคดีใหม่

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นได้พิพากษาขับไล่จำเลยทั้งหมดและบริวารออกจากห้องแถวพิพาท และจำเลยทั้งหมดได้ออกจากห้องแถวพิพาทแล้ว ดังนั้นแม้ผู้ร้องสอดจะมีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีได้ก็ตามแต่การที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้น อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ทั้งหมดก็จะทำให้คดีล่าช้าไม่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณี จึงสมควรให้ผู้สอดไปฟ้องเป็นคดีใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งหกสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณารวมกันโดยให้เรียกนายตุ้มเต็กง้วน จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 639/2532 ของศาลชั้นต้นเป็นจำเลยที่ 1 นางประไพ ศรีอนันต์ จำเลยในคดีหมายเลขดำที่752/2532 ของศาลชั้นต้น เป็นจำเลยที่ 2 นางวิไลพรเสรีศักดิ์ตระกูล จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 753/2532 ของศาลชั้นต้นเป็นจำเลยที่ 3 นายวัน จันทร์งาม จำเลยในคดีหมายเลขดำที่755/2532 ของศาลชั้นต้น เป็นจำเลยที่ 4 นายสมพงษ์ แซ่ตั้งจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 756/2532 และ 759/2532 ของศาลชั้นต้นเป็นจำเลยที่ 5 คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสามฟ้องขับไล่จำเลยทั้งห้าออกจากที่ดินและตึกแถวที่โจทก์อ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยทั้งห้าให้การในทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งห้าเช่าที่ดินมาจากผู้ร้องสอด ขณะนี้ยังไม่ครบกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถวตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องสอดได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวดังกล่าวโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขับไล่จำเลยทั้งห้าดังกล่าว คำพิพากษาของศาลย่อมกระทบกระเทือนและโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องสอดในทรัพย์สินดังกล่าว ผู้ร้องสอดจึงยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความในคดีนี้ ศาลชั้นต้น สั่งยกคำร้อง ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องสอดไว้พิจารณาต่อไป โจทก์ทั้งสามทั้งหกสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า แม้ผู้ร้องสอดจะมีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้ได้ก็ตาม แต่ได้ความตามฟ้องฎีกาของโจทก์ทั้งสามว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งหมดและบริวารออกจากห้องแถวพิพาท และจำเลยทั้งหมดก็ส่งมอบห้องแถวพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสามหมดสิ้น จำเลยทั้งหมดไม่ได้อยู่ในห้องแถวพิพาทอีกต่อไปแล้วซึ่งผู้ร้องสอดมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามคำฟ้องฎีกาของโจทก์ทั้งสามว่า ศาลชั้นต้นได้พิพากษาขับไล่จำเลยทั้งหมดและบริวารออกจากห้องแถวพิพาท และจำเลยทั้งหมดได้ออกจากห้องแถวพิพาทแล้ว ดังนั้นหากศาลฎีกาจะมีคำสั่งย้อนสำนวนไปให้ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดี แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ทั้งหมด ก็จะทำให้คดีดังกล่าวข้างต้นต้องล่าช้าไม่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณี ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ผู้ร้องสอดไปฟ้องเป็นคดีใหม่ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ฎีกาโจทก์ทั้งสามทั้งหกสำนวนฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ร้องสอดที่จะไปฟ้องคดีใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2536 นาย กิตติสาร์ ชีระพันธ์ กับพวก โจทก์ ผู้ร้องสอด โจทก์ นาง โสมนา เอกอุทัยธวัช โจทก์ นาย ตุ้ม เต็กง้ วน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย กิตติสาร์ ชีระพันธ์ กับพวก · โจทก์ - ผู้ร้องสอด · โจทก์ - นาง โสมนา เอกอุทัยธวัช · จำเลย - นาย ตุ้ม เต็กง้ วน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ