คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1707/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น จะต้องเป็นการกระทำที่จำเลยมีอาวุธปืนนั้นไว้ในครอบครองจริงตามฟ้อง ไม่ใช่การยึดอาวุธปืนคนละกระบอกกับที่ใช้ในการกระทำผิดได้จากจำเลย.
ย่อคำพิพากษา
อาวุธปืนที่ยึดได้จากจำเลยที่ 3 เป็นอาวุธปืนคนละกระบอกกับที่จำเลยที่ 3 ใช้ในการกระทำผิดในวันเกิดเหตุ ซึ่งตามฟ้องโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานมีอาวุธปืนกระบอกที่ยึดได้นี้แต่อย่างใด จึงลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานมีอาวุธปืนดังกล่าวไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายสมพล เหมรัตนธร · วงรักไทย - นางมาลี หรือตุ๋ย · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · โสภณ จันเทรมะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายชวโรจน์ ชุ่มคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา