⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1801/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาขายลดเช็คเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำเป็นหนังสือ จึงมีผลผูกพันคู่สัญญา แม้จะลงลายมือชื่อเพียงฝ่ายเดียว สิทธิเรียกร้องตามสัญญาขายลดเช็คมีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

สัญญาขายลดเช็คเป็นสัญญาต่างตอบแทนประเภทหนึ่ง กฎหมายมิได้บังคับให้ทำเป็นหนังสือ กรณีไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 115 เดิมแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อผู้ร้องรับว่าได้ทำสัญญาขายลดเช็คทั้งสองฉบับกับลูกหนี้ แม้สัญญาขายลดเช็คจะลงลายมือชื่อผู้ร้องฝ่ายเดียว ก็มีผลใช้บังคับแก่ผู้ร้องหาได้ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่อย่างใดไม่การที่ผู้ร้องนำเช็คทั้งสองฉบับไปขายลดแก่ลูกหนี้ ผู้ร้องจึงมีความผูกพันที่จะต้องรับผิดตามสัญญาขายลดเช็คซึ่งบังคับได้อีกส่วนหนึ่งต่างหากจากความรับผิดตามเช็ค ผู้คัดค้านเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คมิใช่ให้รับผิดตามเช็คทั้งสองฉบับซึ่งลูกหนี้เป็นผู้ทรงเช็คจึงนำอายุความเรื่องเช็คมาใช้บังคับไม่ได้ สิทธิเรียกร้องตามสัญญาขายลดเช็คไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องบังคับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม ซึ่งมีอายุความ 10 ปี ผู้ร้องได้ทำสัญญาขายลดเช็คกับลูกหนี้ และยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ซึ่งอยู่ในช่วงระยะเวลาที่ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ให้บริษัทเงินทุนเรียกดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้ไม่เกินร้อยละ 21 ต่อปี ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านเรียกดอกเบี้ยจากผู้ร้องในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี จึงไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เอ.เอฟ.ที. จำกัด ลูกหนี้เด็ดขาดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คที่ค้างชำระอยู่กับลูกหนี้ พร้อมดอกเบี้ยผู้ร้องได้มีหนังสือปฏิเสธหนี้ดังกล่าว ผู้คัดค้านดำเนินการสอบสวนแล้วได้มีหนังสือยืนยันให้ผู้ร้องชำระหนี้ดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมิได้เป็นหนี้ดังกล่าว สัญญาขายลดเช็คเป็นโมฆะ ลูกหนี้ทำสัญญาขายลดเช็คโดยประสงค์ที่จะเป็นเจ้าหนี้เงินตามเช็คในฐานะผู้ทรงเช็คเท่านั้น สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ตามเช็คมีอายุความ 1 ปี ขาดอายุความแล้วและการเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี เป็นการเรียกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขอให้สั่งจำหน่ายชื่อผู้ร้องจากบัญชีลูกหนี้ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า สัญญาขายลดเช็คแม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ไม่เป็นโมฆะและมีอายุความ 10 ปี การเรียกร้องของผู้คัดค้านจึงไม่ขาดอายุความดอกเบี้ยที่เรียกร้องอัตราร้อยละ 21ต่อปี เป็นอัตราที่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาขายลดเช็คเป็นสัญญาต่างตอบแทนประเภทหนึ่ง กฎหมายมิได้บังคับให้ทำเป็นหนังสือ กรณีไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 115 เดิม แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อผู้ร้องรับว่าได้ทำสัญญาขายลดเช็คทั้งสองฉบับกับลูกหนี้แม้สัญญาขายลดเช็คตามเอกสารหมาย ค.5 จะลงลายมือชื่อผู้ร้องฝ่ายเดียวก็มีผลใช้บังคับแก่ผู้ร้องหาได้ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใดไม่ และการที่ผู้ร้องนำเช็คทั้งสองฉบับไปขายลดแก่ลูกหนี้นั้นผู้ร้องมีความผูกพันที่จะต้องรับผิดตามสัญญาขายลดเช็คซึ่งบังคับได้อีกส่วนหนึ่งต่างหากจากความรับผิดตามเช็ค ผู้คัดค้านได้เรียกร้องให้ผู้ร้องชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คเอกสารหมาย ค.5 มิใช่ให้ผู้ร้องรับผิดตามเช็คทั้งสองฉบับ ซึ่งลูกหนี้เป็นผู้ทรงเช็คดังกล่าว ดังนั้น จึงนำอายุความเรื่องเช็คมาใช้บังคับไม่ได้ สำหรับสิทธิเรียกร้องตามสัญญาขายลดเช็คไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม คือมีอายุความ 10 ปี เมื่อสัญญาขายลดเช็คตามเอกสารหมาย ค.5ทำกันเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2528 ผู้คัดค้านเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระหนี้ในวันที่ 18 มิถุนายน 2530 ยังไม่เกิน 10 ปี คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามเอกสารหมาย ค.8 ข้อ 4ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ให้บริษัทเงินทุนเรียกดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบเอ็ดต่อปี" และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2527 ผู้ร้องได้ทำสัญญาขายลดเช็คกับลูกหนี้ตามเอกสารหมาย ค.5 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2528 และยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้ในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ซึ่งอยู่ในช่วงระยะเวลาที่ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยใช้บังคับอยู่ ดังนั้นการที่ผู้คัดค้านเรียกดอกเบี้ยจากผู้ร้องในอัตราร้อยละ 21 ต่อปีจึงไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2536 บริษัท ไทย อุปกรณ์ จำกัด ผู้ร้อง เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - บริษัท ไทย อุปกรณ์ จำกัด · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิ นิชโรจน์ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 578/2550ฎีกา 5610/2548ฎีกา 258/2525ฎีกา 3913/2531ฎีกา 57/2530ฎีกา 92/2531ฎีกา 7966/2544ฎีกา 848/2534ฎีกา 2838/2539ฎีกา 3235/2516ฎีกา 3957/2534ฎีกา 773/2532ฎีกา 2499/2538ฎีกา 153/2530ฎีกา 6908/2538ฎีกา 6415/2534ฎีกา 3194/2540ฎีกา 773/2538ฎีกา 2215/2536ฎีกา 2269/2533ฎีกา 7313/2537ฎีกา 6159/2533ฎีกา 4561/2536ฎีกา 678/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา