⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 805/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ในการเรียกลูกหนี้ของผู้ล้มละลายให้ชำระหนี้แก่กองทรัพย์สินของผู้ล้มละลาย ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 เนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้มีฐานะเป็นคู่ความในคดี.

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 ไม่ใช้บังคับถึงวิธีการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการเรียกลูกหนี้ของผู้ล้มละลายให้ชำระหนี้ให้แก่กองทรัพย์สินของผู้ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 119 มาตรา 119 ได้กำหนดวิธีการให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กระทำเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายล้มละลาย โดยเฉพาะเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในการสอบสวนหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการไปตามอำนาจและหน้าที่ที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมิได้มีฐานะเป็นคู่ความในคดีดังเช่นที่บัญญัติไว้ในมาตรา 89ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีหน้าที่อ้างเอกสารหมาย ร.ค.1 และ ร.ค.4 มาประกอบคำกล่าวอ้างของตน และซักค้าน ผู้ร้องซึ่งเป็นลูกหนี้ของผู้ล้มละลายและถูกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้องให้ชำระหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยและพิพากษาให้ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ร้องให้ชำระเงินค่าหุ้นที่ค้าง ๗๕,๐๐๐ บาท แก่จำเลย ผู้ร้องปฏิเสธเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยืนยัน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลว่ามิได้เป็นผู้ถือหุ้นและไม่ค้างชำระค่าหุ้น ขอให้กลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยได้สอบถามผู้ร้องเกี่ยวกับลายเซ็นชื่อของผู้ร้องอันปรากฏอยู่ในตอนท้ายของเอกสารหมาย ร.ค.๑ และร.ค.๔ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อ้างส่งต่อศาล ผู้ร้องแถลงรับว่าเป็นลายเซ็นชื่อของผู้ร้องจริงแต่คัดค้านว่า เอกสารหมาย ร.ค.๑ และ ร.ค.๔ศาลไม่ควรรับฟัง เพราะในชั้นสอบสวนหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้ให้ผู้ร้องดู แล้วผู้ร้องและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่างแถลงว่าไม่ติดใจจะสืบพยาน ขอให้ศาลวินิจฉัยคดีโดยถือเอาคำร้อง คำคัดค้าน และเอกสารหลักฐานที่ระบุอ้างประกอบการพิจารณาพิพากษาเท่านั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ให้ผู้ร้องชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้กับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า บทบัญญัติมาตรา ๘๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หาเกี่ยวข้องกับวิธีการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการเรียกลูกหนี้ของผู้ล้มละลายให้ชำระหนี้ให้แก่กองทรัพย์สินของผู้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ ไม่ เพราะมาตรา ๑๑๙ได้กำหนดวิธีการให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กระทำเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายล้มละลายโดยเฉพาะ เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้อ้างเอกสารหมาย ร.ค.๑ และร.ค.๔ มาประกอบคำกล่าวอ้างของตน ทั้งมิได้ซักค้านผู้ร้องไว้ว่าเหตุใดจึงมีลายเซ็นชื่อของผู้ร้องในเอกสารนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในการสอบสวนหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการไปตามอำนาจและหน้าที่ที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติล้มละลายดังกล่าวมาข้างต้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมิได้มีฐานะเป็นคู่ความในคดี ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๙ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีหน้าที่จะต้องกระทำดังที่ผู้ร้องยกขึ้นกล่าวในฎีกา ครั้นเมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องดำเนินคดีนี้ขึ้นในศาลและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แถลงคัดค้านแล้ว ความยังปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในฐานะคู่ความในคดีได้ปฏิบัติการเกี่ยวกับการระบุพยานของตนชอบด้วยวิธีพิจารณาที่บังคับไว้ในการนั้น และผู้ร้องก็ได้ตรวจดูเอกสารเช่นนี้แล้ว ตามที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ และวันที่ ๑๗เมษายน ๒๕๑๒ จึงไม่เห็นมีเหตุผลแต่ประการใดที่จะให้ศาลปฏิเสธไม่ยอมรับฟังเอกสารเช่นว่านั้น ฎีกาของผู้ร้องที่ว่าคดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีหลักฐานอันใด แสดงว่าผู้ร้องเป็นหนี้บริษัทลูกหนี้อยู่ จึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2513 ธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ บริษัทดูสประสิทธิ์แอนด์คัมปานี จำกัด จำเลย หม่อมเจ้าวัฒยากร เกษมศรี ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · จำเลย - บริษัทดูสประสิทธิ์แอนด์คัมปานี จำกัด · ผู้ร้อง - หม่อมเจ้าวัฒยากร เกษมศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม เภกะสุต · จรัญ อิศระ · วิกรม เมาลานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยงยุทธ เลอลภ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนับ คัมภีรยส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1195/2512ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4715/2542ฎีกา 578/2550ฎีกา 5610/2548ฎีกา 4024/2536ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1251/2520ฎีกา 469/2531ฎีกา 7168/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 3913/2531ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1145/2512ฎีกา 8337/2540ฎีกา 57/2530ฎีกา 92/2531ฎีกา 583/2506ฎีกา 5449/2531ฎีกา 7279/2540ฎีกา 3260/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา