⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1875/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดไว้ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้นได้ ต้องย้อนสำนวนกลับไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้ถูกต้องเสียก่อน

ย่อคำพิพากษา

คำพิพากษาของศาลแขวงที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปีแต่มีผู้พิพากษาเพียงคนเดียวลงชื่อ เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 วรรคท้ายศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาไปในทันทีเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี แต่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการดังกล่าวให้ถูกต้องเสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.131 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.15 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาจะขายอาคารพร้อมที่ดิน ให้แก่นายสมบูรณ์ โล่วีรวุฒิ ผู้เสียหาย ตกลงโอนกรรมสิทธิ์เมื่อผู้เสียหายผ่อนชำระเงินครบถ้วนตามสัญญา ต่อมาจำเลยทั้งสองโดยทุจริตได้ไปเก็บเงินค่าอาคารและที่ดินงวดที่ 5จำนวน 250,000 บาท จากผู้เสียหายโดยร่วมกันหลอกลวง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่า จำเลยทั้งสองจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์อาคารพร้อมที่ดินให้ตามสัญญาได้จริง แต่ความจริงจำเลยทั้งสองได้ไปทำสัญญาจะขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารดังกล่าวบางส่วนให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 250,000 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา นายสมบูรณ์ โล่วีรวุฒิ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 4,000 บาทจำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 250,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมแล้ว จำเลยทั้งสองฎีกาข้อกฎหมายว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นมีผู้พิพากษาคนเดียวลงนามให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปีนั้น เป็นการขัดต่อกฎหมายพิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 วรรคท้ายกำหนดว่าในการพิจารณาคดีอาญาตามมาตรา 22(5) ถ้าศาลแขวงเห็นว่าควรลงโทษจำคุกจำเลยเกินหกเดือนหรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับก็ให้มีอำนาจพิพากษาได้ แต่จะต้องให้ผู้พิพากษาอีกอย่างน้อยคนหนึ่งตรวจสำนวนและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาเป็นองค์คณะด้วย คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ 2 มีกำหนด2 ปี แต่มีผู้พิพากษาลงนามเพียงคนเดียว จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาในปัญหานี้ต้องให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้ถูกต้องเสียก่อนฎีกาจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังขึ้น กรณีจึงยังไม่สมควรวินิจฉัยฎีกาจำเลยทั้งสองข้ออื่นในชั้นนี้" พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2536 พนักงานอัยการ กองคดี ศาลแขวง พระนครใต้ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย สมบูรณ์ โล่วีรวุฒิ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด วัฒนพนธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดี ศาลแขวง พระนครใต้ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย สมบูรณ์ โล่วีรวุฒิ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด วัฒนพนธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริงธรรม ลัดพลี · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1197/2502ฎีกา 2493/2521ฎีกา 3045/2532ฎีกา 1547/2519ฎีกา 125/2526ฎีกา 845/2543ฎีกา 2665/2515ฎีกา 221/2484ฎีกา 1742/2503ฎีกา 1874/2519ฎีกา 1375/2515ฎีกา 1447/2519ฎีกา 115/2540ฎีกา 3792-3793/2529ฎีกา 6541/2544ฎีกา 10854/2553ฎีกา 313/2526ฎีกา 2771/2524ฎีกา 1606/2500ฎีกา 2251/2541ฎีกา 1228/2510ฎีกา 7400/2540ฎีกา 369/2501ฎีกา 147/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ