⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1904/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทายาทคนหนึ่งนำทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกไปออกเอกสารสิทธิเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทายาทคนอื่นย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกคืนทรัพย์มรดกนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่กรรม ที่นาและที่ดินบ้านย่อมตกได้แก่โจทก์และทายาทอื่นรวมทั้ง ว.ด้วยการที่ว. นำที่นาและที่ดินบ้านดังกล่าวไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เป็นของตนแต่เพียงผู้เดียวย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ ดังนั้นเมื่อต่อมา ว.ถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นภริยาของ ว. ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ว.เพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกว. ที่ได้มาโดยไม่มีสิทธิดังกล่าว จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้เพื่อเรียกคืนทรัพย์มรดกจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิที่จะได้รับทรัพย์มรดกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยานายกด แสนโคตร มีบุตรด้วยกัน7 คน รวมทั้งนายวิเชียรหรือเซนต์ แสนโคตร ซึ่งเป็นสามีจำเลยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2475 นายกดได้ที่ดินมา 3 แปลง ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองสูงเหนือ กิ่งอำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม (ปัจจุบันเป็นตำบลหนองสูง กิ่งอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร) โจทก์และนายกดร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ครั้น พ.ศ. 2498นายกดได้แจ้งการครอบครองไว้ต่อทางราชการเป็นหลักฐาน นายกดถึงแก่กรรมเมื่อประมาณ พ.ศ. 2515 หลังจากนั้นโจทก์และบุตรทุกคนร่วมกันครอบครองที่ดินทั้ง 3 แปลง โดยยังไม่ได้แบ่งปัน ซึ่งโจทก์มีส่วนอยู่ 1 ใน 8 ต่อมานายวิเชียรถึงแก่กรรม จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายวิเชียรความจึงปรากฏแก่โจทก์ว่า นายวิเชียรได้ลักลอบนำที่ดินมรดกดังกล่าว2 แปลงไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในนามของนายวิเชียรเพียงผู้เดียว คือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2103 และ 2314 นายวิเชียรมีส่วนในทรัพย์มรดกของนายกดเพียง 1 ใน 8 การกระทำเช่นนี้เป็นการปิดบังทรัพย์มรดกเกินกว่าส่วนที่ตนจะได้รับ ย่อมต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิในส่วนแบ่งดังกล่าวเช่นกัน ขอให้พิพากษาว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2103 และ 2314 เป็นทรัพย์มรดกของนายกด ให้จำเลยส่งคืนโจทก์เพื่อแบ่งปันให้แก่ทายาทอื่นโดยโจทก์มีสิทธิได้รับ 1 ใน 8 กำจัดนายวิเชียรมิให้รับมรดกนายกด ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินทั้ง 2 แปลง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า นายวิเชียรไม่ได้ปิดบังทรัพย์มรดกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของที่ดินทั้ง 2 แปลงออกมาโดยชอบ คำฟ้องเคลือบคลุมไม่ได้บรรยายว่าโจทก์จำเลยมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน จำเลยไม่มีหน้าที่ต่อโจทก์และไม่ได้กระทำการอย่างใดที่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่นา ส.ค.1 เลขที่ 2 หมู่ที่ 11 และส.ค.1 เลขที่ 5 ตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 2103 และ 2314 ตำบลหนองสูงอำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม เป็นทรัพย์มรดกของนายกด แสนโคตรขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยส่งมอบที่ดินดังกล่าวคืนให้โจทก์ครอบครองแทนทายาทของนายกด ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไป กำจัดมิให้นายวิเชียรหรือเซนต์ แสนโคตรสามีจำเลย รับมรดกของนายกดทั้งหมด ให้โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกของนายกด 1 ใน 8 ส่วน และเพิกถอน น.ส.3 ก. เลขที่ 2314 และ2103 ดังกล่าวออกจากสารบบทะเบียน น.ส.3 ก. จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์หรือไม่ ได้พิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่า เมื่อนายกดถึงแก่กรรมที่นาและที่ดินบ้านทรัพย์มรดกของนายกดย่อมตกได้แก่โจทก์และทายาทคนอื่น ๆ รวมทั้งนายวิเชียรด้วย การที่นายวิเชียรนำที่นาและที่ดินบ้านไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เป็นของตนแต่เพียงผู้เดียวเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ จำเลยได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายวิเชียรเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกของนายวิเชียรซึ่งได้มาโดยไม่มีสิทธิดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อเรียกทรัพย์มรดกคืนจากผู้ไม่มีสิทธิที่จะได้รับทรัพย์มรดกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าจำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่งปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังไม่วินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์หมดทุกข้อ ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาใหม่" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาใหม่ในอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2536 นาง สี คำ แสน โคตร โจทก์ นาง ถือ มา แสน โคตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สี คำ แสน โคตร · จำเลย - นาง ถือ มา แสน โคตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมปอง เสนเนียม · อัมพร เดชศิริ · วิทูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ