⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2291/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2291/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีอำนาจลดอัตราดอกเบี้ยตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยตามคำพิพากษาจะสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดในภายหลังก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

หนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่ศาลได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งจำเลยที่ 1 ตกลงว่า หากผิดนัดไม่ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินยอมรับผิดชดใช้เงินตามตั๋วพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปีอันเป็นอัตราดอกเบี้ยไม่เกินประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะทำสัญญา เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดจึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยตามสัญญาศาลจึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระส่วนดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี และคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวถึงที่สุดแล้วกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดหนี้ดังกล่าว แม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีแพ่งดังกล่าวอันจะต้องถูกผูกพันโดยผลแห่งคำพิพากษาโดยตรงก็ตาม แต่ก็ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะอ้างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยไปลดดอกเบี้ยตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วลงเหลืออัตราร้อยละ 15 ต่อปี ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2533 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมเป็นเงิน 31,529,787.96 บาท จากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่า ควรอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งสามอันดับเป็นเงิน 30,486,530.90 บาทจากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 107(3) คำขอรับชำระหนี้นอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 สำหรับมูลหนี้อันดับ 2 เป็นเงิน13,021,963.21 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนี้อันดับ 2 คือหนี้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นคดีหมายเลขแดงที่ 1388/2530 ซึ่งพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โจทก์จำนวน 6,300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ19 ต่อปี โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งจำเลยที่ 1 ตกลงว่าหากผิดนัดไม่ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินยอมรับผิดชดใช้เงินตามตั๋วพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี อันเป็นอัตราดอกเบี้ยไม่เกินประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะทำสัญญาเมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดจึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยตามสัญญา ศาลจึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระส่วนดอกเบี้ยอัตราร้อยละ19 ต่อปี และคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว กองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดหนี้ดังกล่าว แม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีแพ่งดังกล่าว อันจะต้องถูกผูกมัดโดยผลแห่งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวโดยตรงก็ตาม แต่ก็ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะอ้างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยไปลดดอกเบี้ยตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ลงเหลืออัตราร้อยละ 15 ต่อปี ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2291/2536 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ เจ้าหนี้ โจทก์ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ บริษัท พ. ธ นา กิจ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · โจทก์ - เจ้าหนี้ · โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - บริษัท พ. ธ นา กิจ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระ บุญพจนสุนทร · บุญส่ง วรรณกลาง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 2057/2529ฎีกา 9487/2558ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4225/2529ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา