⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2326/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2326/2536

ป.พ.พ. ม.150, 654, 900

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลหนี้ที่เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตกเป็นโมฆะ ผู้รับประโยชน์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ตามเช็คนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยสั่งจ่ายเช็คมอบให้แก่โจทก์เป็นค่าผลประโยชน์ตอบแทนที่จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ซึ่งค่าผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวก็คือดอกเบี้ยซึ่งเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อเช็คพิพาทมีมูลหนี้ที่เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3(ก) มูลหนี้ตามเช็คพิพาทจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามเช็คพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็ค 4 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,667 บาท ให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ เช็คดังกล่าวครบกำหนดใช้เงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทุกฉบับ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 50,667 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เช็คทั้งสี่ฉบับจำเลยมอบให้แก่โจทก์เพื่อชำระค่าดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 2.50 บาท ต่อเดือน ซึ่งเป็นดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด มูลหนี้ตามเช็คดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามเช็คดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 50,667บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าเช็คพิพาทมีมูลหนี้มาจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์โดยมิได้ทำหลักฐานการกู้ยืมไว้เป็นหนังสือ แต่จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาราชประสงค์ 3 ฉบับและเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาประตูน้ำอีก 1 ฉบับ รวม 4 ฉบับมอบให้แก่โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ และจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทชำระหนี้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 2.50 ต่อเดือนหรือร้อยละ 30ต่อปีจากต้นเงินตามเช็ค 4 ฉบับ ที่จำเลยมอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ดังกล่าว โจทก์ทำบันทึกการคิดดอกเบี้ยไว้เห็นว่า คำเบิกความของจำเลยรวมทั้งเอกสารหมาย ล.1 และ ล.3สอดคล้องกับเอกสารหมาย ล.2 ซึ่งโจทก์ยอมรับว่าตัวเลขด้านขวามือในเอกสารหมาย ล.2 โจทก์เป็นคนเขียน จึงฟังว่าเอกสารหมาย ล.2โจทก์เป็นผู้ทำขึ้น ตามเอกสารหมาย ล.2 รายการตอนบนด้านซ้ายรวม6 รายการ แต่ละรายการมีตัวเลขบ่งบอกถึงวันออกเช็ค จำนวนเงินที่สั่งจ่ายและจำนวนวันซึ่งเป็นระยะเวลาคำนวณดอกเบี้ยจากต้นเงินตามเช็คไว้ เมื่อนับจากวันออกเช็คแต่ละรายการถึงวันที่ 28 สิงหาคม2528 ที่โจทก์ทำเอกสารหมาย ล.2 จะได้จำนวนวันตรงกับจำนวนวันซึ่งเป็นระยะเวลาคำนวณดอกเบี้ยที่อยู่ถัดไปด้านซ้ายมือทุกรายการแสดงว่าโจทก์คิดดอกเบี้ยจากต้นเงินตามเช็คที่จำเลยมอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ ตามเอกสารหมาย ล.2 และดอกเบี้ยที่รวมไว้ด้านขวามือคำนวณแล้วมีอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ต่อปี สำหรับเช็คพิพาทนั้นโจทก์ได้บันทึกไว้ในเอกสารหมาย ล.2 ที่มีเครื่องหมายดอกจัน โดยโจทก์คิดดอกเบี้ยรวมไว้ด้านขวามือมีจำนวนตรงกับจำนวนเงินตามเช็คพิพาท แม้เช็คพิพาทจะลงวันออกเช็คก่อนเช็ค 4 ฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายมอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ดังกล่าว แต่ก็ได้ความตามคำเบิกความของจำเลยว่า จำเลยได้ออกเช็คเปลี่ยนเช็คที่มอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้หลายครั้งข้อพิรุธดังกล่าวจึงไม่ทำให้น้ำหนักที่จะรับฟังพยานหลักฐานจำเลยลดน้อยลง โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้รับฟังได้ว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาทมิได้เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดพยานหลักฐานจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ฟังได้ว่าเช็คพิพาทมีมูลหนี้เกิดจากดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 654 ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3(ก)มูลหนี้ตามเช็คพิพาทจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามเช็คพิพาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2326/2536 นาง พอ ตา สกลวรา รุ่งเรือง โจทก์ นาง ศิริรัตน์ กิจถาวรกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง พอ ตา สกลวรา รุ่งเรือง · จำเลย - นาง ศิริรัตน์ กิจถาวรกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · เริงธรรม ลัดพลี · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1222/2502ฎีกา 673/2525ฎีกา 254/2519ฎีกา 3699/2528ฎีกา 2577/2535ฎีกา 4372/2545ฎีกา 4128/2543ฎีกา 3402/2548ฎีกา 3080/2525ฎีกา 7242-7254/2545ฎีกา 5129/2540ฎีกา 1909/2540ฎีกา 1659/2546ฎีกา 2680/2551ฎีกา 6592/2537ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 332/2536ฎีกา 6236/2551ฎีกา 1394/2549ฎีกา 570/2549ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1462/2565ฎีกา 1099/2550ฎีกา 5465-5466/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา