⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 252/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับทรัพย์สินไว้โดยสุจริตว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของตนเอง โดยไม่รู้ว่าทรัพย์สินนั้นได้มาจากการกระทำความผิดอาญา ไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้รถยนต์ของกลางขับไปมาตามปกติ และโดยเปิดเผย ไม่ได้ซุกซ่อนหรือนำหลบหนีไปไหน ที่อยู่ของผู้เสียหายและจำเลยก็ไม่ห่างไกลกันมากนัก สามารถเดินทางไปมาถึงกันได้โดยสะดวก หากจำเลยรู้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นรถที่ ส. ลักมา จำเลยไม่น่าจะกล้ารับไว้ใช้ในลักษณะเช่นนี้ โดยที่ไม่เกรงกลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิดคงจะต้องเปลี่ยนแปลงซ่อมแซมสภาพรถให้ผิดไปจากเดิมทั้งหมด หาใช่ตัดเอาเฉพาะหมายเลขประจำคัสซี ของรถจำเลยมาเชื่อมต่อไว้และเป็นจุดที่ยากจะสังเกตได้เท่านั้นไม่ อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดของโจทก์ให้ฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมายเลขดังกล่าว สำหรับจำเลยมี อ.ว.และช. เบิกความเป็นพยานต้องกันกับจำเลยว่าก่อนเกิดเหตุ ส. ยืมรถของจำเลยไปพลิกคว่ำเสียหาย จำเลยให้ ส.ซ่อมโดยเปลี่ยนสีรถใหม่เมื่อส. นำรถมาคืนสภาพรถโดยทั่วไปก็เหมือนกับเก่า ผิดกันเฉพาะสีเท่านั้น และ อ.พยานโจทก์ที่ขายรถให้จำเลยก็เบิกความยืนยันเช่นเดียวกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยรับรถของกลางไว้โดยเชื่อว่าเป็นรถของจำเลยเอง หาได้รู้ว่าเป็นรถของโจทก์ร่วมที่ถูกคนร้ายลักมาไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจร.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335 (1) (7) (8), 357 กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์เป็นเงิน300,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นและคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องได้มีคนร้ายลักเอารถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน บ - 6457 นครสวรรค์ ของโจทก์ร่วมซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสมใจผู้เสียหายไป ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2532เจ้าพนักงานตำรวจติดตามยึดรถดังกล่าวได้ในขณะที่จอดอยู่หน้าร้านของจำเลย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายและพลตำรวจสมัครชัยวัฒน์เบิกความเป็นพยานว่า ก่อนรถยนต์จะถูกคนร้ายลักไปได้มีนายสมจิตร เข้ามาในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ เมื่อรถยนต์หายไปนายสมจิตรก็ออกจากหมู่บ้านไปด้วยและสืบทราบว่าไปเปิดอู่ซ่อมรถอู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงพากันติดตามไปแต่ไม่พบ ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2532 ได้พากันไปใหม่และทราบว่านายสมจิตรเคยเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ร้านบุญชูอะไหล่ในตลาดแม่สอด จึงติดตามไปที่ร้านจำเลย จนกระทั่งเวลาประมาณ 13 นาฬิกา จำเลยได้ขับรถยนต์ของกลางมาจอดที่หน้าร้านจึงยึดรถไปที่สถานีตำรวจ สภาพรถยังเหมือนเดิมเพียงแต่เปลี่ยนเป็นล้อแม็กซ์และนำป้ายทะเบียนหมายเลข น-5043 สุโขทัยมาติดไว้แทน ปรากฏว่าขณะนั้นเป็นเวลากลางวันพยานได้สอบถามชาวบ้านซึ่งอยู่ข้างเคียงร้านของจำเลยได้ความว่าจำเลยใช้รถยนต์ของกลางอยู่และใช้ถนนหน้าร้านเป้นที่จอดรถ ในวันนั้นจำเลยได้ใช้รถขับไปตลาดกลับมาร้านของจำเลยซึ่งอยู่ติดถนนเป็นย่านตลาดในเขตเทศบาลห่างจากสถานีตำรวจเพียง 200 เมตร เห็นว่าจำเลยใช้รถของกลางขับไปมาตามปกติและโดยเปิดเผยไม่ได้ซุกซ่อนหรือนำหลบหนีไปไหน ผู้เสียหายอยู่ที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ไม่ห่างไกลจากอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก มากนัก สามารถเดินทางไปมาถึงกันได้โดยสะดวก ดังนี้หากจำเลยรู้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นรถที่นายสมจิตรลักมา จำเลยไม่น่าจะกลับรับไว้ใช้ในลักษณะเช่นนี้โดยไม่เกรงกลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด คงจะต้องเปลี่ยนแปลงซ่อมแซมสภาพรถให้ผิดไปจากเดิมทั้งหมด หาใช่ตัดเฉพาะหมายเลขประจำคัสซีของรถจำเลยมาเชื่อมต่อไว้และเป็นจุดที่ยากจะสังเกตได้เท่านั้นไม่ อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดของโจทก์ให้ฟังได้ว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมายเลขดังกล่าว สำหรับจำเลยนอกจากจำเลยจะเบิกความเป็นพยานแล้วยังมีนายอารยชัย ทองปลั่ง นายวิรัตน์ บรรจบและนายชูสิทธิ์ ชูสกุล เบิกความเป็นพยานต้องกันว่าก่อนเกิดเหตุนายสมจิตรยืมรถของจำเลยไปขับและประสพอุบัติเหตุพลิกคว่ำเสียหายจำเลยได้ให้นายสมจิตรซ่อมโดยเปลี่ยนสีรถใหม่ เมื่อนายสมจิตรนำรถมาคืนปรากฏว่าหมายเลขทะเบียนและล้อแม็กซ์เป็นของรถคันเดิม สภาพรถโดยทั่วไปก็เหมือนคันเก่า ผิดกันเฉพาะสีเท่านั้น และนายอุทัยพยานโจทก์ที่ขายรถให้จำเลยก็เบิกความยืนยันเช่นเดียวกัน ดังนี้ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยรับรถของกลางไว้โดยเชื่อว่าเป็นรถของจำเลยเอง หาได้รู้ว่าเป็นรถของโจทก์ร่วมที่ถูกคนร้ายลักมาไม่จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจร ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ บริษัท โตโยต้า นครสวรรค์ ผู้จำหน่าย โตโยต้า (1981) จำกัด โจทก์ นาย บุญ ชู ศรีสุขวสุ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บริษัท โตโยต้า นครสวรรค์ ผู้จำหน่าย โตโยต้า (1981) จำกัด · จำเลย - นาย บุญ ชู ศรีสุขวสุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 113/2566ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ