⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2631/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของจำเลยที่ขัดแย้งกันเองและไม่ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้ง ถือเป็นคำให้การที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้ถือว่าจำเลยยอมรับตามข้ออ้างของโจทก์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การตอนแรกว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินกับโจทก์จริงแต่ทำขึ้นเพื่อเป็นประกันการที่โจทก์ให้จำเลยเป็นตัวแทนนำเงินไปให้ผู้อื่นกู้ จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ เป็นการปฏิเสธว่ามิได้กู้เงินจากโจทก์ แต่คำให้การของจำเลยตอนหลังจำเลยให้การว่า หากฟังว่าจำเลยกู้เงินโจทก์จริง จำเลยได้ชำระเงินแก่โจทก์แล้วเป็นการรับว่าจำเลยกู้เงินโจทก์จริง คำให้การของจำเลยจึงขัดแย้งกัน จำเลยมิได้ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญากู้เงินกับโจทก์ จึงเป็นคำให้การที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ถือว่าจำเลยได้ยอมรับตามข้ออ้างของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 57,225 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวน 56,000บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินกับโจทก์จริง แต่เป็นการค้ำประกันการที่โจทก์ให้จำเลยเป็นตัวแทนนำเงินไปให้ผู้อื่นกู้โดยให้จำเลยเก็บดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายวันจากผู้กู้ส่งให้โจทก์ จำเลยไม่เคยได้รับเงินตามสัญญากู้เงิน สัญญากู้เงินมิได้กำหนดดอกเบี้ยและมิได้กำหนดเวลาชำระเงิน แต่โจทก์มาเพิ่มเติมในภายหลังและโจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยชำระเงินที่กู้ หากฟังว่าจำเลยกู้เงินโจทก์จริงจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง ชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถานงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน56,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 1,225 บาท ตามที่โจทก์ขอ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินตามฟ้องแก่โจทก์นั้น ชอบหรือไม่ จำเลยฎีกาประการแรกว่า จำเลยให้การว่าสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 จำเลยและโจทก์ทำขึ้นเพื่อเป็นการค้ำประกันการที่จำเลยนำเงินของโจทก์ไปให้ผู้อื่นกู้ จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เงิน คำให้การของจำเลยดังกล่าวปฏิเสธว่าจำเลยมิได้เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 โจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินและรับเงินไปจริง นั้น เห็นว่าจำเลยให้การตอนแรกว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินกับโจทก์จริง แต่ทำขึ้นเพื่อเป็นประกันการที่โจทก์ให้จำเลยเป็นตัวแทนนำเงินไปให้ผู้อื่นกู้ จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เงิน เป็นการปฏิเสธว่ามิได้กู้เงินจากโจทก์ แต่คำให้การของจำเลยตอนหลังจำเลยให้การว่า หากฟังว่าจำเลยกู้เงินโจทก์จริงจำเลยได้ชำระเงินแก่โจทก์แล้วเป็นการรับว่าจำเลยกู้เงินโจทก์จริงดังนี้คำให้การของจำเลยจึงขัดแย้งกัน จำเลยมิได้ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งว่า จำเลยไม่ได้ทำสัญญากู้เงินกับโจทก์ จึงเป็นคำให้การที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177วรรคสอง จึงถือว่าจำเลยได้ยอมรับตามข้ออ้างของโจทก์ว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินและรับเงินไปจากโจทก์แล้ว โจทก์ไม่ต้องนำสืบตามข้ออ้างนั้นอีก ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2536 นาง สุ สวาท จันทร์ ดี โจทก์ นาง พิมพ์ ประไพ ประดิษฐ์ บรรเลง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุ สวาท จันทร์ ดี · จำเลย - นาง พิมพ์ ประไพ ประดิษฐ์ บรรเลง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กู้เกียรติ สุนทรบุระ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2274/2537ฎีกา 4884/2543ฎีกา 13107/2556ฎีกา 2749/2538ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ