⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2863/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2863/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาระการพิสูจน์ความถูกต้องของเอกสารตกแก่ผู้กล่าวอ้าง และเอกสารที่ได้มาโดยไม่ปรากฏว่าเจ้าของเอกสารรับรองความถูกต้อง หรือมีพยานยืนยันว่าได้ถ่ายจากต้นฉบับที่แท้จริง ย่อมไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าเอกสารนั้นถูกต้องแท้จริง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างหลักฐานการส่งออกสินค้ารายพิพาทของร้าน ช. ภาระการพิสูจน์ถึงความถูกต้องแท้จริงของเอกสารดังกล่าวย่อมตกแก่โจทก์ เมื่อเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงภาพถ่ายเอกสารที่ศุลกากรเมืองฮ่องกง ผู้เป็นเจ้าของเอกสารมิได้รับรองความถูกต้องและพยานโจทก์ผู้ไปติดต่อขอมาเคยเบิกความในคดีอาญาเป็นทำนองว่าไม่ได้เห็นต้นฉบับย่อมไม่เพียงพอให้รับฟังว่าเอกสารดังกล่าวเป็นภาพถ่ายเอกสารที่ถ่ายจากหลักฐานการส่งออกสินค้ารายพิพาทที่ร้านช.ยื่นต่อศุลกากรเมืองฮ่องกงที่แท้จริง การประเมินให้จำเลยที่ 1 ชำระภาษีเพิ่มสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ได้รับภาพถ่ายเอกสารหลักฐานการส่งออกสินค้ารายพิพาทเพียงประการเดียว แล้วประเมินโดยถือว่าราคาซื้อขายตามที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวเป็นราคาซื้อขายที่แท้จริง มิได้ทำการประเมินโดยเปรียบเทียบราคาสินค้าในท้องตลาดหรือราคาที่ผู้อื่นนำเข้าในเวลาใกล้เคียงกัน หรือราคากลางของกองวิเคราะห์ราคาที่ถือเป็นเกณฑ์ในการประเมินตามปกติ แต่เมื่อภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นภาพถ่ายเอกสารที่ถูกต้องแท้จริง จะถือว่าราคาที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวเป็นราคาซื้อขายสินค้ารายพิพาทที่แท้จริงย่อมมิได้ ทั้งปรากฏว่าราคาสินค้ารายพิพาทที่จำเลยที่ 1 ชำระให้แก่ผู้ขายตามใบกำกับสินค้าและเอกสารควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรงตามราคาที่จำเลยที่ 1 สำแดงเพื่อเสียภาษี การประเมินให้จำเลยที่ 1ชำระภาษีเพิ่มเติมของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลรัษฎากร ม.87 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 1 สั่งและนำเข้าสินค้าโดยสำแดงราคาต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดอันเป็นการสำแดงเท็จเป็นเหตุให้อากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องชำระแก่โจทก์ขาดไป เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ที่ 1 ได้ประเมินภาษีอากร และแจ้งการประเมินให้จำเลยทั้งสองนำเงินภาษีอากรที่จะต้องชำระเพิ่มไปชำระให้ครบถ้วน จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินภาษีอากรที่จะต้องชำระเพิ่มพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้สำแดงราคาเท็จราคาสินค้าที่สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าทุกรายการเป็นราคาที่แท้จริงในท้องตลาดซึ่งได้มีการซื้อขายกันจริงและตรงตามราคาสินค้าในใบกำกับสินค้า จำเลยที่ 1 ชำระภาษีอากรถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่เจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ประเมินภาษีอากรเพิ่มเติมเนื่องจากเห็นว่าจำเลยที่ 1 สำแดงราคาสินค้าที่นำเข้าต่ำไปโดยถือราคาตามที่ปรากฏในเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 14,25, 31, 40, 49, 57, 66, 75 และ 84 เป็นราคาซื้อขายที่แท้จริง เห็นว่า เอกสารดังกล่าวเจ้าหน้าที่ศุลกากรเมืองฮ่องกงมิได้รับรองความถูกต้อง คงมีเพียงนายวรชัย ศิริสุทธิกุล พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ไปติดต่อขอมาจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรเมืองฮ่องกงเบิกความรับรองความถูกต้องโดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรเมืองฮ่องกงนำต้นฉบับมาให้พยานดูก่อนถ่ายเอกสาร แต่ก่อนหน้านี้นายวรชัยเคยเข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีอาญาที่พนักงานอัยการ กรมอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้ารายพิพาทว่าพยานเพียงแต่ส่งหลักฐานการนำเข้าสินค้ารายพิพาทไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเมืองฮ่องกงตรวจสอบ ต่อมาอีก 3 เดือน ก็ได้รับภาพถ่ายเอกสารหลักฐานการส่งออกสินค้ารายพิพาทของร้านซองฟัดฮองพยานไม่ได้อยู่ด้วยตอนที่มีการถ่ายเอกสาร แต่สันนิษฐานว่าถ่ายจากเอกสารที่แท้จริง ปรากฏตามบันทึกคำให้การของนายวรชัยในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 9883/2532 ของศาลอาญา การที่นายวรชัยเบิกความในคดีดังกล่าวเป็นทำนองว่าไม่ได้เห็นต้นฉบับ ย่อมทำให้คำเบิกความของนายวรชัยในคดีนี้ที่ว่าได้เห็นต้นฉบับเอกสารดังกล่าวด้วยมีน้ำหนักน้อย โจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายกล่าวอ้างเอกสารดังกล่าวภาระการพิสูจน์ถึงความถูกต้องแท้จริงของเอกสารย่อมตกแก่โจทก์เมื่อเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงภาพถ่ายเอกสารที่ศุลกากรเมืองฮ่องกงผู้เป็นเจ้าของเอกสารมิได้รับรองความถูกต้อง ลำพังคำเบิกความของนายวรชัยดังกล่าวซึ่งมีน้ำหนักน้อยดังได้วินิจฉัยมาโดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นประกอบ ย่อมไม่เพียงพอให้รับฟังว่า เอกสารดังกล่าวเป็นภาพถ่ายเอกสารที่ถ่ายจากหลักฐานการส่งออกสินค้ารายพิพาทที่ร้านซองฟัดฮองยื่นต่อศุลกากรเมืองฮ่องกงที่แท้จริง นอกจากนี้นายวัฒนา ขัณฑ์ชลา นายวิสิทธิ์ เหมาะประเสริฐกุล และนางจิราภรณ์ แสงวิรุณ เจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ผู้ทำการประเมินให้จำเลยที่ 1 ชำระภาษีเพิ่มเติมพยานโจทก์เองเบิกความตรงกันว่าการประเมินให้จำเลยที่ 1 ชำระภาษีเพิ่มสืบเนื่องจากได้รับภาพถ่ายเอกสารหลักฐานการส่งออกสินค้ารายพิพาทเพียงประการเดียวจึงประเมินโดยถือว่าราคาซื้อขายตามที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวเป็นราคาซื้อขายที่แท้จริงมิได้ทำการประเมินโดยเปรียบเทียบกับราคาสินค้าในท้องตลาดหรือราคาที่ผู้อื่นนำเข้าในเวลาใกล้เคียงกันหรือบัตรราคากลางของกองวิเคราะห์ราคาที่ถือเป็นหลักเกณฑ์ในการประเมินตามปกติ แต่เมื่อภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นภาพถ่ายเอกสารที่ถูกต้องแท้จริง จะถือว่าราคาที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวเป็นราคาซื้อขายสินค้ารายพิพาทที่แท้จริงย่อมมิได้ทั้งปรากฏจากคำเบิกความของนางสาวพิมพา บุรุษานนท์ พนักงานธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสามยอด พยานจำเลยทั้งสองว่าราคาสินค้ารายพิพาทที่จำเลยที่ 1 ชำระให้แก่ผู้ขายตามใบกำกับสินค้าและเอกสารควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรงตามราคาที่จำเลยที่ 1สำแดงเพื่อเสียภาษี การประเมินให้จำเลยที่ 1 ชำระภาษีเพิ่มเติมของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ชอบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2863/2536 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.วัฒน กิจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.วัฒน กิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2732/2534ฎีกา 149/2526ฎีกา 254/2520ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2423/2550ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 2227/2534ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 484/2486ฎีกา 4282/2536ฎีกา 923/2523ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา