⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3013/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3013/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากสัญญาประนีประนอมยอมความกำหนดให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอดตลาดก่อน หากราคาไม่เพียงพอจึงจะยึดทรัพย์สินอื่นได้ การจะยึดทรัพย์สินอื่นได้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทรัพย์สินที่จำนองนั้นขายทอดตลาดแล้วได้ราคาไม่เพียงพอชำระหนี้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความระบุว่า จำเลยทั้งสามกับโจทก์ตกลงกันให้โจทก์ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองออกขายทอดตลาดก่อน ถ้าไม่พอจึงให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ เมื่อตามคำร้องของโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังได้ว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ที่จำนองจะขายทอดตลาดได้ราคาไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ จึงไม่มีเหตุที่จะให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไม้ซุง ของจำเลยที่ 1 เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์กับจำเลยทั้งสามทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมมีข้อความว่าหากจำเลยทั้งสามผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมให้โจทก์ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองตามฟ้องขายทอดตลาดใช้หนี้ให้แก่โจทก์ ถ้าไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ ปรากฏว่า จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ตามกำหนดโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์จำนองเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 44,240,000 บาท โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวข้างต้นแล้ว จำเลยที่ 1ได้นำไม้ซุงจำนวน 4,718 ท่อนมาจำนำไว้แก่โจทก์เพิ่มเติมเพื่อเป็นประกันมูลหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้และหนี้ของลูกหนี้รายอื่นของโจทก์อีก 9 ราย จากนั้นจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ประสงค์ที่จะขอยึดทรัพย์ของจำเลยเพิ่มเติม โจทก์ได้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดไม้ซุงจำนวน 4,718 ท่อนดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่า ตามหมายบังคับคดีให้ยึดและขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองก่อน ถ้าไม่พอให้ยึดทรัพย์อื่นชำระหนี้ กรณีนี้ทรัพย์จำนองยึดแล้วแต่ยังไม่ขาย โจทก์จึงขอให้ยึดทรัพย์สินอื่นเพิ่มไม่ได้ ให้ยกคำร้อง โจทก์เห็นว่าจำเลยทั้งสามเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษารวมเงินต้นและดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องถึงขณะที่โจทก์ยื่นคำร้องเป็นจำนวน 111,498,604.61 บาท แต่โจทก์มีทรัพย์จำนองซึ่งถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายได้ตามราคาที่ประเมินขณะยึดเป็นเงิน 44,440,000 บาท (ที่ถูก 44,240,000 บาท) เห็นได้ว่าไม่พอชำระหนี้ให้โจทก์ ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดไม้ซุงที่จำนำไว้แก่โจทก์และดำเนินการขายทอดตลาดต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของโจทก์แล้ว มีคำสั่งว่า ให้โจทก์ดำเนินการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์จำนองตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 5 ก่อน ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้จึงให้ยึดไม้ซุงออกขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป ความเห็นของเจ้าพนักงานบังคับคดีชอบแล้ว ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยึดไม้ซุงจำนวน 4,718 ท่อนของจำเลยที่ 1 ไว้ ดำเนินการบังคับคดีต่อไป จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ตามคำร้องของโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะให้ฟังได้ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองจะขายทอดตลาดได้ราคาไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ ประกอบกับตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 5 จำเลยทั้งสามกับโจทก์ตกลงกันให้โจทก์ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองออกขายทอดตลาดก่อนถ้าไม่พอจึงให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ จึงเห็นว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไม้ซุงจำนวน 4,718 ท่อน ของจำเลยที่ 1 เพิ่มขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ดังคำร้องของโจทก์ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3013/2536 ธนาคาร สยาม จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เฟิสท์ทิม เบอร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร สยาม จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เฟิสท์ทิม เบอร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1763/2551ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 82/2512ฎีกา 953/2505ฎีกา 7907/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา