⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3103/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3103/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะมีอำนาจพิจารณาคดีได้ก็ต่อเมื่อเหตุแห่งคดีเกิดขึ้นในเขตศาล หรือจำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาล หรือถูกจับในเขตศาล หรือถูกสอบสวนในเขตศาล. การที่จำเลยต้องโทษจำคุกและถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำซึ่งอยู่ในเขตศาลนั้น ไม่ถือเป็นภูมิลำเนาของผู้ถูกจำคุกตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

เหตุมิได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสีคิ้ว และจำเลยทั้งสองไม่เคยมีที่อยู่หรือถูกจับหรือถูกสอบสวนในท้องที่ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสีคิ้ว ศาลจังหวัดสีคิ้วจึงไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีนี้ ขณะยื่นฟ้องคดี จำเลยทั้งสองกำลังต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดอยู่ที่เรือนจำซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสีคิ้วเรือนจำก็หาใช่ท้องที่ที่จำเลยทั้งสองมีที่อยู่ไม่ และแม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2535 จะบัญญัติให้เรือนจำหรือทัณฑสถาน ที่ผู้ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลหรือตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายถูกจำคุกอยู่เป็นภูมิลำเนาของผู้ที่ถูกจำคุกจนกว่าจะได้รับการปล่อยตัว บทบัญญัติดังกล่าวก็มีผลใช้บังคับภายหลังที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ไม่อาจถือว่าในขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ที่เรือนจำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี ซึ่งเหตุเกิดที่ตำบลสามเมืองอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสร็จแล้ว เห็นว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งประทับฟ้อง มีคำสั่งใหม่ว่าไม่รับฟ้อง ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดอาญาที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทยต้องชำระที่ศาลซึ่งความผิดเกิดขึ้น อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจหรือจะชำระที่ศาลซึ่งท้องที่ที่จำเลยมีที่อยู่หรือถูกจับหรือเจ้าพนักงานทำการสอบสวนอยู่ในเขตอำนาจก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง และมาตรา 22(1) เมื่อคดีนี้เหตุมิได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสีคิ้ว และจำเลยทั้งสองก็ไม่เคยมีที่อยู่หรือถูกจับหรือถูกสอบสวนในท้องที่ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสีคิ้ว ศาลจังหวัดสีคิ้วจึงไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีนี้ แม้ขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้จำเลยทั้งสองกำลังต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดอยู่ที่เรือนจำกลางคลองไผ่ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสีคิ้วก็ตามเรือนจำกลางคลองไผ่ก็หาใช่ท้องที่ที่จำเลยทั้งสองมีที่อยู่ไม่และแม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2535 จะบัญญัติให้เรือนจำหรือทัณฑสถาน ที่ผู้ที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลหรือตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายถูกจำคุกอยู่เป็นภูมิลำเนาของผู้ที่ถูกจำคุกจนกว่าจะได้รับการปล่อยตัว บทบัญญัติดังกล่าวก็มีผลใช้บังคับภายหลังที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีนี้แล้วไม่อาจถือว่าในขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ที่เรือนจำกลางคลองไผ่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3103/2536 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สี คิ้ว โจทก์ นาย จันทร์ ไทย นอก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สี คิ้ว · จำเลย - นาย จันทร์ ไทย นอก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประดิษฐ์ เอกมณี · ชลิต ประไพศาล · สุเมธ อุปนิสากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3966/2534ฎีกา 5103/2528ฎีกา 2207/2540ฎีกา 4575/2551ฎีกา 5312/2560ฎีกา 289/2497ฎีกา 1328/2523ฎีกา 2360/2523ฎีกา 3826/2531ฎีกา 3414/2527ฎีกา 2209/2540ฎีกา 2038/2523ฎีกา 2983/2550ฎีกา 396/2517ฎีกา 2990/2526ฎีกา 3766/2532ฎีกา 3659/2566ฎีกา 1272-1273/2494ฎีกา 358/2525ฎีกา 4173/2562ฎีกา 8103/2548ฎีกา 1885/2527ฎีกา 3687/2531ฎีกา 226/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา