⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3145/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3145/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้สนับสนุนการกระทำความผิดย่อมต้องรับโทษในส่วนของตนตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ไม่ใช่รับโทษในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดโดยตรง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 ได้รับการจ้างวานให้ไปฆ่าโจทก์ร่วม จึงได้วางแผนจัดหาคนที่จะไปลอบยิงรวมทั้งอาวุธปืนและรถจักรยานยนต์ ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ได้นัดให้จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ไปรอยังร้านอาหารใกล้สถานที่เกิดเหตุ ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 1 กับพวกได้ออกจากที่พักนั่งรถแท็กซี่ตามไปในเวลาใกล้เคียงกัน เฝ้าดักรออยู่ในร้านอาหารจนเมื่อเห็นรถของโจทก์ร่วมแล่นออกมา จำเลยที่ 2 ได้ขับรถจักรยานยนต์มีจำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายติดตามไปทันทีเมื่อทันกันแล้ว จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมจึงเป็นพฤติการณ์แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ 3 ในการร่วมกันมีและพาอาวุธปืนกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 3 ย่อมมีความผิดฐานร่วมกันมีและพาอาวุธปืน แต่จำเลยที่ 3 ไม่ได้ร่วมติดตามไปยิงโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย เป็นแต่นั่งรถแท็กซี่กลับไปรอฟังผลยังที่พักกับพวก การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงยังไม่ถึงขั้นร่วมกันกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในการยิงโจทก์ร่วมด้วยการแบ่งหน้าที่กันกระทำคงเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2ในการยิงโจทก์ร่วม จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการพยายามฆ่าโจทก์ร่วมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)ประกอบด้วยมาตรา 80,86 เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289, 371, 80, 83, 84, 33, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายประสิทธิ์หรือตง ตันศรีสกุล ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าโจทก์ร่วมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 80 กระทงหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1ยังมีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 วรรคสาม กระทงหนึ่ง จำคุก 9 เดือน และฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุสมควรตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371อันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทอีกกระทงหนึ่ง ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 2 ยังมีความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 อีกกระทงหนึ่ง ปรับ 90 บาท จำเลยที่ 3มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้พยายามฆ่าโจทก์ร่วมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 80และมาตรา 86 จำคุก 33 ปี 4 เดือน คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 80, 53 จำคุก 33 ปี 4 เดือน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม จำคุก 6 เดือนและตามมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 4 เดือนรวมลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 33 ปี 14 เดือน ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 80, 53 จำคุก 33 ปี4 เดือน มาตรา 371 ปรับ 60 บาท ลงโทษจำเลยที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 86 จำคุก 22 ปี 2 เดือน20 วัน หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ของกลางริบ สำหรับจำเลยที่ 4และข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง โจทก์ โจทก์ร่วม จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 52(1),80 และ 83 กระทงหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิต และมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 กระทงหนึ่ง จำคุกคนละ 9 เดือน กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ประกอบมาตรา 83 อีกกระทงหนึ่งให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 6 เดือนเรียงกระทงลงโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตกับอีก 15 เดือน คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงให้จำคุกแต่ละคนมีกำหนด 33 ปี 14 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 18 นาฬิกา ขณะโจทก์ร่วมขับรถยนต์ออกจากสถานอบไอน้ำบริเวณโรงภาพยนตร์วอชิงตันไปตามซอยสุขุมวิท 31 ได้ถูกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ตามและยิงเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมตาบอดทั้งสองข้าง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 มีว่า จำเลยที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1และที่ 2 กระทำผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับฐานมีและพาอาวุธปืนดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้รับการจ้างวานให้ไปฆ่าโจทก์ร่วมจึงได้วางแผนจัดหาคนที่จะไปลอบยิง อาวุธปืนและรถจักรยานยนต์ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ได้นัดให้จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ไปรอยังร้านอาหารใกล้สถานที่เกิดเหตุ ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 1กับพวกได้ออกจากที่พักนั่งรถแท็กซี่ตามไปในเวลาใกล้เคียงกันเฝ้าดักรออยู่ในร้านอาหารจนเมื่อเห็นรถของโจทก์ร่วมแล่นออกมาจำเลยที่ 2 ได้ขับรถจักรยานยนต์มีจำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายติดตามไปทันที เมื่อทันกันแล้ว จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมจึงเป็นพฤติการณ์แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ 3 ในการร่วมกันมีและพาอาวุธปืนกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 3 ย่อมมีความผิดฐานร่วมกันมีและพาอาวุธปืนดังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 3ไม่ได้ร่วมติดตามไปยิงโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วยเป็นแต่นั่งรถแท็กซี่กลับไปรอฟังผลยังที่พักกับพวก การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงยังไม่ถึงขั้นร่วมกันกับจำเลยที่ 1 และที่ 2ในการยิงโจทก์ร่วมด้วยการแบ่งหน้าที่กันกระทำ คงเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในการยิงโจทก์ร่วม จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการพยายามฆ่าโจทก์ร่วมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบด้วยมาตรา 80, 86เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 80, 86 ให้ลงโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือนจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก22 ปี 2 เดือน 10 วัน เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีก 10 เดือนแล้ว รวมจำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 23 ปี 10 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3145/2536 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย ประสิทธิ์ หรือ ตง ตันศ รี สกุล โจทก์ นาย ประจักษ์ หรือ รุ่ง เนียม จันทร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย ประสิทธิ์ หรือ ตง ตันศ รี สกุล · จำเลย - นาย ประจักษ์ หรือ รุ่ง เนียม จันทร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเมธ อุปนิสากร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 3578/2531ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา