⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3241/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3241/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่เคยอาศัยสิทธิของจำเลย โจทก์ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทด้วยความสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินพิพาทจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ดินพิพาทราคา 50,000 บาท และโจทก์ยื่นฎีกาภายหลังจากวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ใช้บังคับแล้ว โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามมาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2534 ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 3107 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 93 ตารางวา ปัจจุบันมีชื่อจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เมื่อประมาณ 30 ปี มาแล้วนางเผือกได้ยกที่ดินเนื้อที่ 30 ตารางวา ในที่ดินโฉนดนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยเสน่หา โจทก์ยึดถือครอบครองด้วยความสงบ เปิดเผยจนได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองไปทำการแบ่งแยกที่ดินที่โจทก์ครอบครองปรปักษ์ จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้พิพากษาว่า ที่ดินเนื้อที่30 ตารางวา ที่โจทก์ครอบครองอยู่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและบังคับให้จำเลยทั้งสองไปทำการแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสองให้การว่าเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2521 นางเผือกยกที่ดินโฉนดเลขที่ 3107 พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยทั้งสองโจทก์ซึ่งขออาศัยนางเผือกอยู่ในที่ดินพิพาทได้ขอจำเลยทั้งสองอยู่อาศัยในบ้านและที่ดินพิพาทสืบต่อมา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกามีใจความว่า โจทก์ไม่เคยอาศัยสิทธิของจำเลยทั้งสอง โจทก์ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทด้วยความสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้วจึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ดังนี้ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินพิพาท จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินพิพาทมีเนื้อที่ 30 ตารางวา ราคาเพียง 50,000 บาท และโจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2535 อันเป็นเวลาภายหลังจากวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ใช้บังคับแล้ว โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามมาตรา 248 วรรคแรกที่แก้ไขใหม่ พิพากษายกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3241/2536 นาย ตู้ อ่วมอารีย์ โจทก์ นาง พวง ลือชา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ตู้ อ่วมอารีย์ · จำเลย - นาง พวง ลือชา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูรย์ สุทธิประภา · อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา