คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 338/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้รับประทานบัตรให้ทำเหมืองแร่ไม่ทำให้ผู้ได้รับประทานบัตรได้สิทธิครอบครองที่ดิน แต่ผู้ได้รับประทานบัตรมีสิทธิฟ้องผู้ที่ไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเข้ามาขัดขวางการทำเหมืองแร่ในเขตประทานบัตรได้ แม้ประทานบัตรเดิมจะขาดอายุไปแล้ว หากมีการขอประทานบัตรใหม่และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของเจ้าหน้าที่.
ย่อคำพิพากษา
การได้รับประทานบัตรให้ทำเหมืองแร่นั้นไม่ทำให้ผู้นั้นได้สิทธิครอบครองที่ดินที่อยู่ในเขตประทานบัตรด้วย แต่เมื่อมีผู้ใดเข้าไปขัดขวางในการทำแร่ในเขตประทานบัตรโดยไม่มีอำนาจโดยชอบแล้วผู้ได้รับประทานบัตรก็ย่อมมีอำนาจฟ้องผู้นั้นได้ ถึงแม้ประทานบัตรเดิมขาดอายุแล้ว แต่โจทก์ก็ได้ขอประทานบัตรใหม่ก่อนที่อายุประทานบัตรจะครบกำหนด ขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ ฉะนั้นเมื่อจำเลยขัดขวางโจทก์ก็ย่อมมีอำนาจฟ้องได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินประทานบัตรของโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ให้โจทก์มีสิทธิ์รื้อโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินโจทก์
จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้มีสิทธิทำเหมืองแร่ตามประทานบัตรที่ 3734/5843 เพราะประทานบัตรดังกล่าวขาดอายุแล้ว ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยซึ่งครอบครองโดยสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 1 ปีแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความโจทก์ไม่ได้ใช้ที่ดินพิพาททำประโยชน์ใด ๆ จึงไม่เสียหาย หากเสียหายก็ไม่เกินเดือนละ 10 บาท ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยไม่โต้เถียงว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 งาน 50 ตารางวา ซึ่งอยู่ในเขตประทานบัตรของโจทก์ประทานบัตรที่ 3734/5843 ทั้งอยู่ที่ตำบลกะปง อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เนื้อที่ 287 ไร่เศษประทานบัตรนี้สิ้นอายุในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2513 ก่อนประทานบัตรสิ้นอายุโจทก์ได้ยื่นคำขอประทานบัตรใหม่เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์2513 ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 73 บัญญัติว่า"ผู้ถือประทานบัตรมีสิทธิในเขตเหมืองแร่เฉพาะแต่...ฯลฯ" (3)ใช้ที่ดินในเขตเหมืองแร่...ฯลฯ...แต่ทั้งนี้เมื่อสิ้นอายุประทานบัตรแล้วมิให้ถือว่าเป็นการได้มาซึ่งสิทธิครอบครอง" และมาตรา 50 บัญญัติว่า "ถ้าที่ซึ่งขอประทานบัตรเป็นที่อันมิใช่ที่ว่างหรือมีที่อันมิใช่ที่ว่างรวมอยู่ในเขต ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงหลักฐานให้เป็นที่พอใจของพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้จะมีสิทธิทำเหมืองในเขตที่นั้นได้"ศาลฎีกาเห็นว่า การได้รับประทานบัตรให้ทำเหมืองแร่นั้นไม่ทำให้ผู้นั้นได้สิทธิครอบครองที่ดินที่อยู่ภายในเขตประทานบัตรด้วย แต่เมื่อมีผู้ใดเข้าไปขัดขวางในการทำแร่ในเขตประทานบัตรโดยไม่มีอำนาจโดยชอบแล้ว ผู้ได้รับประทานบัตรก็ย่อมมีอำนาจฟ้องผู้นั้นได้ คดีนี้ถึงแม้ประทานบัตรเดิมจะขาดอายุแล้ว แต่โจทก์ก็ได้ขอประทานบัตรใหม่ก่อนที่อายุประทานบัตรจะครบกำหนด ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ ฉะนั้น เมื่อจำเลยขัดขวางโจทก์ก็ย่อมมีอำนาจฟ้องได้..."
พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทตามประทานบัตรของโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 338/2536
บริษัท เรือขุดแร่ จุติ จำกัด โจทก์
นาย สม เกียรติ รัตนรังษีรัตน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท เรือขุดแร่ จุติ จำกัด · จำเลย - นาย สม เกียรติ รัตนรังษีรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมปอง เสนเนียม · อัมพร เดชศิริ · วิฑูรย์ สุทธิประภา |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ