⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3628/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3628/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวการกับตัวแทนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำสัญญา ไม่ถือเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารตามกฎหมาย ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจเป็นสำเนาเอกสาร จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์และศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ คำให้การที่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างว่าผิดสัญญา ทำให้คดีมีประเด็นว่าจำเลยผิดสัญญาหรือไม่ และจำเลยมีสิทธินำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

การนำสืบถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวการกับตัวแทน เพื่อให้ทราบถึงความจริงเกี่ยวกับการทำสัญญาเป็นมาอย่างไร ไม่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94(ข) ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจเป็นสำเนาเอกสารไม่ใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร และไม่ต้องห้ามในการที่ศาลจะรับฟังเอกสารนั้นเป็นพยาน คำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า จำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าเกิน 6 เดือนและไม่ชำระภาษีโรงเรือนตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า จำเลยให้การว่าที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยไม่ชำระค่าภาษีโรงเรือนและค่าเช่าจำเลยขอปฏิเสธว่าไม่เคยผิดเงื่อนไขในสัญญาเช่า รายละเอียดจะได้เสนอศาลในชั้นพิจารณาต่อไป คำให้การของจำเลยจึงเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดปฏิเสธว่าจำเลยไม่ผิดสัญญาตามฟ้อง คดีมีประเด็นว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าหรือไม่ จำเลยมีสิทธินำพยานเข้าสืบตามประเด็นดังกล่าวได้ ไม่เป็นการนำสืบนอกคำให้การ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวเลขที่ 134/3 ตรอกวัดกันมาตุยาราม ถนนเจริญกรุง (ซอย 14)แขวงสัมพันธวงศ์กรุงเทพมหานคร กับใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามเป็นเงิน 12,000 บาท กับค่าเสียหายเป็นรายเดือนเดือนละ 3,000 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไป จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสามไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวเลขที่ 134/3 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถว เลขที่ 134/3 ตรอกวัดกันมาตุยารามแขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร จากนายเยี่ยมไหลวัฒนา ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 100 บาท โดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามในปัญหาข้อกฎหมายดังต่อไปนี้ โจทก์ทั้งสามฎีกาว่า ที่จำเลยนำสืบว่านายเยี่ยม ไหลวัฒนาทำสัญญาเช่าตามเอกสารหมาย ล.5 โดยได้รับมอบอำนาจจากนางลาวัณย์ไหลวัฒนาหรือยอดกมล ตามเอกสารหมาย ล.8 โดยที่สัญญาเช่าไม่มีข้อความดังกล่าวเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมเอกสารนั้นได้ความว่านางลาวัณย์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ให้เช่า แม้ในสัญญาเช่าไม่ระบุว่านายเยี่ยมกระทำแทนนางลาวัณย์ จำเลยก็มีสิทธินำสืบได้ว่านายเยี่ยมกระทำการให้เช่าทรัพย์สินแทนนางลาวัณย์ได้เพราะเป็นการนำสืบถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวการกับตัวแทน เพื่อให้ทราบถึงความจริงเกี่ยวกับการทำสัญญาว่าเป็นมาอย่างไร ไม่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ที่โจทก์ทั้งสามฎีกาว่า ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย ล.8ไม่ปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 23 (ข) ในประมวลรัษฎากรต้องห้ามมิให้รับฟัง นั้น เห็นว่า บัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 23(ข)ใช้บังคับเฉพาะคู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกันกับต้นฉบับ หรือต้นสัญญาและผู้กระทำตราสารได้ลงลายมือชื่อไว้อย่างเดียวกับต้นฉบับ ดังนั้น ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมายล.8 เป็นสำเนาเอกสารไม่ใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรไม่ต้องห้ามในการรับฟัง ที่โจทก์ทั้งสามฎีกาว่า คำให้การจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายและจำเลยนำสืบถึงการไม่ผิดนัดชำระค่าเช่าและไม่ผิดข้อตกลงเรื่องการชำระภาษีโรงเรือนเป็นการนำสืบนอกคำให้การนั้น ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าเกิน 6 เดือน และไม่ชำระภาษีโรงเรือนตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า จำเลยให้การว่า ที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยไม่ชำระค่าภาษีโรงเรือนและค่าเช่าจำเลยขอปฏิเสธว่าไม่เคยผิดเงื่อนไขในสัญญาเช่า รายละเอียดจะได้เสนอศาลในชั้นพิจารณาต่อไป เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดโดยปฏิเสธว่า จำเลยไม่ผิดสัญญาตามฟ้อง คดีจึงมีประเด็นว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าหรือไม่ จำเลยจึงมีสิทธินำพยานเข้าสืบตามประเด็นดังกล่าวได้ ไม่เป็นการนำสืบนอกไปจากคำให้การ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3628/2536 นาย ประเสริฐ จอง วิริยะ วงศ์ กับพวก โจทก์ นาง สำเนียง เหลือง กู ล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประเสริฐ จอง วิริยะ วงศ์ กับพวก · จำเลย - นาง สำเนียง เหลือง กู ล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1561/2520ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1302/2535ฎีกา 2635/2527ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 6565/2544ฎีกา 2386/2541ฎีกา 7012/2543ฎีกา 273/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ