⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3631/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3631/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอจัดการมรดกที่ดินโดยอ้างว่าเป็นมรดกของผู้ตาย ไม่ถือเป็นการกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองหรือแย่งสิทธิครอบครองของบุคคลอื่นที่ได้ครอบครองที่ดินนั้นมาก่อน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ส.ขายที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ 2 แปลง ซึ่งเป็นที่พิพาทให้แก่โจทก์ในราคา 75,500 บาทส.ได้รับเงินครบถ้วนแล้ว และมอบการครอบครองที่พิพาทให้โจทก์ตั้งแต่วันทำสัญญา โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมากว่า 9 ปี จำเลยยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของ ส.โดยอ้างว่าที่พิพาทเป็นมรดกของส.ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าว ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์ หรือแย่งสิทธิครอบครองของโจทก์แต่อย่างใดอันจะถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2524 นายสา น้อยสีบิดาจำเลยได้ขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ 2 แปลง คือที่ดิน (น.ส.3) เลขที่ 6 และ (น.ส.3ก.) เลขที่ 1719 ตำบลผักขวงอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ เนื้อที่ 5 ไร่ และ 9 ไร่ ตามลำดับ ให้แก่โจทก์ในราคา 75,500 บาท นายสาได้รับเงินครบถ้วนแล้ว และมอบการครอบครองให้โจทก์ตั้งแต่วันทำสัญญา โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมากว่า 9 ปี ต่อมาวันที่ 21 มกราคม 2529 นายสาตาย จำเลยได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสาต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์โดยอ้างว่าที่ดินทั้ง 2 แปลง เป็นมรดกของนายสาจะเข้ามาจัดการแบ่งแยกที่ดินดังกล่าว อันเป็นการโต้แย้งและรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า การที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสาไม่เป็นการโต้แย้งหรือรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เพราะที่พิพาทเป็นมรดกของนายสาซึ่งตกทอดแก่จำเลยผู้เป็นทายาทจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่า จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า การที่จำเลยขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสาโดยอ้างว่าที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดก ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จ เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฟ้องแย้งของจำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า นายสาขายที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ 2 แปลง ซึ่งเป็นที่พิพาทให้แก่โจทก์ในราคา 75,000 บาท นายสาได้รับเงินครบถ้วนแล้วและมอบการครอบครองที่พิพาทให้โจทก์ตั้งแต่วันทำสัญญา โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมากว่า 9 ปี จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสา ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ศาลฎีกาเห็นว่าคำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าว ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองหรือแย่งสิทธิครอบครองของโจทก์แต่อย่างใด อันจะถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3631/2536 นาย สังข์ จันทะวงษ์ โจทก์ นาย ธวัชชัย น้อ ยศ รี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สังข์ จันทะวงษ์ · จำเลย - นาย ธวัชชัย น้อ ยศ รี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 6750/2539ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 6351/2534ฎีกา 6943-6944/2538ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา