⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3773/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3773/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงที่ได้ความแตกต่างจากฟ้องไม่เป็นสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลสามารถลงโทษจำเลยในความผิดที่ได้ความนั้นได้ แม้จะแตกต่างจากความผิดที่ฟ้องก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจร ข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่ข้อสาระสำคัญเมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ จึงลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีกหนึ่งคนร่วมกันลักเอาโคและลูกโคของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, 335, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคหนึ่ง จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจร โจทก์มิได้อุทธรณ์ฉะนั้นข้อหาลักทรัพย์จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายกระทำผิดฐานรับของโจรดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยกับพวกจูงโคของผู้เสียหายผ่านไปทางบ้านนายชยำซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ15 กิโลเมตร โดยพาเดินไปตามริมหนองลัดเลาะไปตามทุ่งนาไม่ได้ไปทางถนนลูกรัง เห็นว่า การที่จำเลยพาโคของผู้เสียหายเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนาไม่ได้ไปตามถนน ก็เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ผู้ใดพบเห็นและมิให้เกิดร่องรอยทางเดินไปตามถนน เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่า จำเลยรู้ว่าโคของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานรับของโจร แม้ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างจากข้อเท็จจริงในฟ้องแต่ข้อแตกต่างนั้นมิใช่ข้อสาระสำคัญเมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ จึงลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3773/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก โจทก์ นาย วิสุทธิกร หรือฟ้อน เพ็ง ท่า โรง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก · จำเลย - นาย วิสุทธิกร หรือฟ้อน เพ็ง ท่า โรง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา