⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4117/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4117/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมเป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความได้ และการนำเอกสารปลอมไปอ้างต่อเจ้าพนักงานเป็นความผิดสำเร็จทันที แม้เจ้าพนักงานจะยังไม่เชื่อในเอกสารนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 เป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ โจทก์ไม่อาจขอถอนฟ้อง หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาติให้ถอนฟ้อง การที่จำเลยที่ 1 นำใบรับเงินปลอมไปอ้างต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์ได้รับตามใบรับเงินดังกล่าว เป็นการกระทำอันเป็นเหตุ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์แล้วไม่ว่าพนักงานสอบสวน จะเชื่อว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริงหรือไม่ก็ตาม ใบรับเงินเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 264 เป็นการปรับบทลงโทษไม่ถูกต้อง เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความ จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 225 แต่โจทก์ มิได้ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลฎีกาคงมีอำนาจปรับบทลงโทษให้ถูกต้องเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2531ถึงเดือนตุลาคม 2531 วันเวลาใดไม่ปรากฎชัด จำเลยทั้งสองร่วมกันหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองสารมารถส่งโจทก์ไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบียแต่โจทก์ต้องเสียเงินให้จำเลยทั้งสอง55,000 บาท โจทก์หลงเชื่อมอบเงินให้จำเลยทั้งสองแล้วไม่ได้ทำงานโจทก์แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสอง ต่อมาจำเลยทั้งสองปลอมเอกสารหลักฐานการรับเงินที่โจทก์ลงชื่อรับเงินค่าตรวจโรคและอื่น ๆ จำนวน 3,000 บาทแล้วจำเลยทั้งสองเติมตัวเลขเป็น 33,000 บาท และจำเลยที่ 1นำเอกสารปลอมดังกล่าวไปใช้อ้างต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้พนักงานสอบสวนเข้าใจว่าโจทก์ได้รับเงิน 33,000 บาท ตามเอกสารดังกล่าวขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 91, 264,265, 268, 341 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องแต่ไม่ได้ตัวจำเลยที่ 2 มาพิจารณา ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจับจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ชั่วคราว จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ให้ลงโทษตามมาตรา 268ประกอบด้วยมาตรา 264 กระทงเดียวกัน จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ฎีกา ระหว่างฎีกาโจทก์ยื่นฟ้องคำร้องขอถอนฟ้อง จำเลยที่ 1ไม่คัดค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 เป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้โจทก์ไม่อาจถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคแรกจึงไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยที่ 1 รู้ว่าเอกสารใบรับเงินเป็นเอกสารปลอม การที่จำเลยที่ 1 นำใบรับเงินไปอ้างต่อพนักงานสอบสวนเป็นการกระทำอันเป็นเหตุที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์แล้วไม่ว่าพนักงานสอบสวนจะเชื่อว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริงหรือไม่ก็ตาม คดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ใบรับเงินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268ประกอบด้วยมาตรา 264 จึงไม่ถูกต้อง และการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ไม่ถูกต้องนั้น เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 แต่โจทก์มิได้ฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลย ศาลฎีกาคงมีอำนาจที่จะปรับบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้องเท่านั้น และเห็นควรกำหนดโทษใหม่ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 ให้จำคุก 1 ปีและปรับ 6,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4117/2536 นาย สม พล ฝา ยไธสง โจทก์ นาง วรรณี หอ วิจิตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม พล ฝา ยไธสง · จำเลย - นาง วรรณี หอ วิจิตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา