คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4339/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอมแต่ละครั้งที่เป็นเอกสารต่างกัน ถือเป็นกรรมที่ต่างกัน. ใบเสร็จรับเงินถือเป็นเอกสารสิทธิ ส่วนเอกสารเรื่องราวจดทะเบียนรถยนต์ถือเป็นเอกสารราชการ.
ย่อคำพิพากษา
เอกสารที่จำเลยยื่นแต่ละครั้งเป็นเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนรถยนต์ต่างกันแต่ละคัน จึงเป็นกรรมกระทำความผิดต่างหากจากกันเอกสารใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อเปลี่ยนแปลงโอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ จึงถือเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) สำหรับเอกสารเรื่องราวจดทะเบียนรถยนต์ของกรมตำรวจเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานได้ทำขึ้นเพื่อใช้ในราชการจึงเป็นเอกสารราชการ การที่จำเลยนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปใช้ จึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิและเอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 264, 265, 268, พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 5
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 268 วรรคสอง ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268วรรคสอง จำคุก 1 ปี การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด 9 กรรม รวมเป็นจำคุกจำเลย 9 ปี
โจทก์ จำเลยฎีกา โดย อัยการสูงสุดรับรองให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนฎีกาจำเลยที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวนั้น เห็นว่าเอกสารที่จำเลยยื่นแต่ละครั้งแต่ละคราวเป็นเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนรถยนต์ต่างกันแต่ละคันจึงเป็นกรรมกระทำความผิดต่างหากจากกัน ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน
สำหรับปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ด้วย เพราะเอกสารที่จำเลยนำยื่นมีเอกสารที่เป็นเอกสารสิทธิและเอกสารราชการรวมอยู่ด้วยนั้นเห็นว่าเอกสารใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อเปลี่ยนแปลง โอนสงวนหรือระงับซึ่งสิทธิจึงถือว่าเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) สำหรับเอกสารเรื่องราวจดทะเบียนรถยนต์ของกรมตำรวจเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานได้ทำขึ้นเพื่อใช้ในราชการจึงเป็นเอกสารราชการ ดังนั้น การที่จำเลยนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปใช้ จึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิและเอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265ด้วย ฎีกาโจทก์ปัญหานี้ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา268 วรรคแรก ประกอบ มาตรา 265 ด้วย ลงโทษจำเลยตามมาตรา 268วรรคแรก ประกอบด้วย มาตรา 265 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกจำเลยกระทงละ6 เดือน รวม 9 กระทง รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4339/2536
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย วรวงศ์ แว ดวง ทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย วรวงศ์ แว ดวง ทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ