คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายหรือศาลรับฟังพยานโจทก์ที่เบิกความแตกต่างกันเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบ เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 336 ทวิ, 83 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(12) วรรคสาม, 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 4 ปี6 เดือน คำขออื่นให้ยก
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสามฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2ขอถอนฎีกา ศาลฎีกาอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 4 ปี 6 เดือน คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกาว่าพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1ที่ 3 ลักกุ้งของผู้เสียหายไปจึงไม่เป็นความผิดซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนแล้วฟังว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นคนร้ายที่ลักกุ้งของผู้เสียหายไป ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ในส่วนนี้จึงเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกาอีกว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน ศาลรับฟังพยานที่เบิกความแตกต่างกันเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบนั้นเป็นการฎีกาโต้แย้งในข้อที่ว่าศาลควรจะเชื่อคำเบิกความของพยานหรือไม่อย่างไรซึ่งศาลจะเชื่อคำเบิกความของพยานหรือไม่อย่างไรนั้น เป็นการใช้ดุลพินิจพิจารณาหาเหตุผลตามพฤติการณ์และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนแต่ละเรื่องไป ไม่มีบทกฎหมายระบุว่าพยานเบิกความอย่างไรศาลจะเชื่อได้หรือไม่ได้ หรือพยานเบิกความอย่างไรควรมีเหตุสงสัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 227 ฎีกาของจำเลยที่ 1ที่ 3 ส่วนนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 มีแต่ปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายที่ได้กล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 3
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2536
พนักงานอัยการ จังหวัด นครศรีธรรมราช โจทก์
นาย วินัย ราชภูชงค์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครศรีธรรมราช · จำเลย - นาย วินัย ราชภูชงค์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม เฟื่องฟุ้ง · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา