คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องสอดต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คำร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57(1) เป็นคำฟ้องจึงต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และคำขอบังคับต้องแจ้งชัดด้วยตามมาตรา 172 วรรคสอง เมื่อคำร้องสอดมิได้มีคำขอว่าต้องการให้บังคับอย่างไร จึงเป็นคำร้องสอดที่ไม่ชอบ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองซื้อกุ้งกุลาดำไปจากโจทก์ 5 ครั้งแล้วไม่ชำระราคา โจทก์คิดดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดชำระราคาแต่ละครั้งถึงวันฟ้องรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 72,081 บาท ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 72,081 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยซื้อกุ้งกุลาดำจากโจทก์ตามฟ้องโจทก์ไม่มีหลักฐานซื้อขายเป็นหนังสือลายมือชื่อจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดว่า ผู้ร้องสอดเป็นหุ้นส่วนทำนากุ้งกับโจทก์จำเลยทั้งสองซื้อกุ้งกุลาดำจากผู้ร้องสอด 5 ครั้ง เมื่อหักกับราคาอาหารกุ้งที่ผู้ร้องสอดซื้อจากจำเลยทั้งสองแล้วจำเลยทั้งสองต้องชำระราคากุ้งกุลาดำ 16,816 บาท และผู้ร้องสอดได้รับชำระเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลยทั้งสองไว้แล้ว หากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระราคากุ้งกุลาดำตามฟ้องใหม่อีกผู้ร้องสอดอาจถูกจำเลยทั้งสองฟ้องได้ จึงร้องสอดเข้ามาเพื่อให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องสอด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเป็นคู่ความในคดีนี้
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การร้องสอดของผู้ร้องสอดชอบที่จะร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(3) แต่ผู้ร้องสอดร้องสอดเข้ามาตาม มาตรา 57(1) จึงเป็นการร้องสอดผิดอนุมาตรามีคำสั่งให้ยกคำร้องสอด
ผู้ร้องสอดอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องสอดฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำร้องสอดของผู้ร้องสอดเป็นการร้องเข้ามาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) จึงเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง คำร้องสอดดังกล่าวจึงต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และคำขอบังคับต้องแจ้งชัดด้วย แต่ตามคำร้องสอดของผู้ร้องสอดในคดีนี้เพียงแต่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาเท่านั้น ส่วนคำขอบังคับนั้นมิได้มีคำขอโดยชัดแจ้งถึงจำนวนเงินที่เรียกร้องหรือมีคำขอบังคับอยู่ในตัวว่าต้องการให้บังคับอย่างไร ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำร้องสอดของผู้ร้องสอดเป็นคำร้องสอดที่ไม่ชอบ นั้น จึงชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องสอดฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2536
นางสาว นันทนา สุ ขน ที ธรรม โจทก์
ผู้ร้องสอด โจทก์
นาง อู๊ด ศรีประ จันทร์ โจทก์
นาย สม พงษ์ พุกาพันธ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาว นันทนา สุ ขน ที ธรรม · โจทก์ - ผู้ร้องสอด · โจทก์ - นาง อู๊ด ศรีประ จันทร์ · จำเลย - นาย สม พงษ์ พุกาพันธ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ · จิระ บุญพจนสุนทร |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ