คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์ร่วมเป็นเพียงตัวแทนของบริษัทผู้โอนเงิน เมื่อได้มอบเงินให้แก่จำเลยตามคำสั่งแล้ว โจทก์ร่วมก็หมดหน้าที่และความรับผิดชอบต่อบริษัท แม้จำเลยจะยักยอกเงินไป โจทก์ร่วมก็ไม่ต้องรับผิดชอบและไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาแทนบริษัทผู้เสียหาย.
ย่อคำพิพากษา
เงินที่บ.โอนมาให้โจทก์ร่วมโดยผ่านทางธนาคารเพื่อให้นำไปชำระราคาซื้อที่ดินแก่ป.นั้น โจทก์ร่วมมีหน้าที่เพียงเบิกจากธนาคารมามอบให้แก่จำเลยตามคำสั่งของบ.เท่านั้น โจทก์ร่วมจึงจึงเป็นเพียงตัวแทนของบ. หาได้เป็นผู้รับฝากเงินจากบ.ไม่เมื่อโจทก์ร่วมได้มอบเงินให้แก่จำเลยรับไปตามคำสั่งแล้วโจทก์ร่วมก็หมดหน้าที่และความรับผิดชอบในเงินดังกล่าวต่อบ.ตัวการแม้จำเลยจะยักยอกเงินนั้นเสียไม่ได้นำไปมอบให้แก่ป.โจทก์ร่วมก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อบ.เกี่ยวกับเงินนี้ โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจร้องทุกข์ กรณีนี้ผู้เสียหายคือบ. เมื่อเป็นคดีอันยอมความได้และไม่ปรากฏว่าบ.ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบเงินจำนวน 500,000 บาทจากนางดวงพร ผู้เสียหาย ฝากให้นำเงินไปมอบแก่นายปรีชา แต่จำเลยกลับเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวเสียโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยใช้เงินจำนวน500,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นางดวงพร อุณหศิริพร ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 500,000 บาทแก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่ฝ่ายโจทก์และจำเลยไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อประมาณต้นปี2533 นายบุญชัยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ราคาไร่ละ 15,000 บาทเศษ จากนายปรีชา ต่อมาเมื่อวันที่ 10กรกฎาคม 2533 นายบุญชัยได้ชำระราคาที่ดินดังกล่าวโดยโอนเงินมาให้โจทก์ร่วม จำนวน 500,000 บาท ผ่านทางธนาคารทหารไทย จำกัดสาขาครบุรี โจทก์ร่วมได้เบิกเงินจำนวน 500,000 บาทมา และนายบุญชัยได้บอกโจทก์ร่วมว่าให้มอบเงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยเพื่อให้จำเลยนำไปมอบให้แก่นายปรีชา โจทก์ร่วมจึงมอบเงินจำนวน500,000 บาท ดังกล่าวให้แก่จำเลยไป
ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่าเงินจำนวน 500,000 บาท ที่นายบุญชัยโอนมาให้โจทก์ร่วมโดยผ่านทางธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาครบุรี นั้นโจทก์ร่วมมีหน้าที่เพียงเบิกเงินจากธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาครบุรี มามอบให้แก่จำเลยตามคำสั่งของนายบุญชัยเท่านั้น โจทก์ร่วมจึงเป็นเพียงตัวแทนของนายบุญชัย หาได้เป็นผู้รับฝากเงินจำนวนดังกล่าวจากนายบุญชัยไม่ เมื่อโจทก์ร่วมได้มอบเงินจำนวน 500,000 บาทให้แก่จำเลยรับไปตามคำสั่งของนายบุญชัยแล้ว ความรับผิดชอบในเงินจำนวนดังกล่าวของโจทก์ร่วมในฐานะตัวแทนก็หมดหน้าที่และหมดความรับผิดต่อนายบุญชัยตัวการ แม้จำเลยไม่ได้นำเงินไปมอบให้แก่นายปรีชา โจทก์ร่วมก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อนายบุญชัยเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าว เช่นนี้ โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายจากการกระทำผิดของจำเลย โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์กรณีนี้ผู้ได้รับความเสียหายคือนายบุญชัย นายบุญชัยจึงเป็นผู้เสียหาย คดีนี้เป็นคดีอันยอมความกันได้ และไม่ปรากฏว่านายบุญชัยผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยฉะนั้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกฟ้องชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2536
พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครราชสีมา โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาง ดวง พร อุณหศิริพร โจทก์
นาย สุรพล สุปาลกร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครราชสีมา · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง ดวง พร อุณหศิริพร · จำเลย - นาย สุรพล สุปาลกร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา ธนานันท์ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · สมาน เวทวินิจ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ