คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4775/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การครอบครองที่ดินตามที่เจ้าของที่ดินอนุญาตและมีเจตนายกให้ โดยครอบครองเป็นส่วนสัดเกิน 10 ปี เป็นการได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
2. การใช้ทางพิพาทโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาจะให้เป็นทางภาระจำยอมติดต่อกันเกิน 10 ปี ทำให้เกิดภาระจำยอมโดยอายุความ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ จำเลยที่ 1 และบุตรคนอื่น ๆ ปลูกบ้านลงในที่ดินมีโฉนดของบิดามารดาตามที่บิดามารดาอนุญาตและชี้ให้ปลูก โดยบิดามารดามีเจตนายกให้ตั้งแต่วันที่อนุญาตนั้น และต่างได้ครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตลอดมาเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้ว ดังนี้ แต่ละคนย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตนปลูกบ้านโดยการครอบครองปรปักษ์
ทางพิพาทอยู่ในที่ดินส่วนของจำเลยที่ 1 โจทก์และบริวารใช้เดินผ่านเข้าออกสู่ทางสาธารณะตั้งแต่แรกโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาจะให้เป็นทางภาระจำยอมติดต่อกันเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้ว ทางพิพาทย่อมตกเป็นภาระ-จำยอมแก่ที่ดินส่วนของโจทก์โดยอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเฉลียว ดีมานพหรือรังสิมานนท์ · จำเลย - นายรำพึง ดีมานพ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บรรเทิง มุลพรม · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายชัยนาท พันตาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน ปัทมราชวิเชียร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา