⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 514/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จะต้องเป็นการกระทำที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น หากการกระทำนั้นอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ บุคคลนั้นจะไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นข้าราชการตำแหน่งสหกรณ์อำเภอ สังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตร ส. จำกัด แต่งตั้งจำเลยเป็นกรรมการออกข้อสอบและตรวจข้อสอบเพื่อรับบรรจุพนักงาน เมื่อสหกรณ์ดังกล่าวเป็นนิติบุคคลต่างหากไม่ใช่หน่วยงานในกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบโดยตรง ทั้งมติคณะกรรมการสหกรณ์ดังกล่าวก็ไม่มีระเบียบของทางราชการว่าให้ทำได้และจำเลยจะต้องปฏิบัติตาม และการเป็นกรรมการสอบก็ไม่ใช่งานในหน้าที่รับผิดชอบของจำเลย การเป็นกรรมการของจำเลยจึงไม่ใช่เจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งของจำเลย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับทรัพย์สินโดยมิชอบหรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.149 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 5,13 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 5 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการในตำแหน่งสหกรณ์อำเภอที่สำนักงานสหกรณ์อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท สังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการส่งเสริมแนะนำการดำเนินธุรกิจ การบริหารงานของสหกรณ์ ตลอดจนช่วยดำเนินการปรับปรุงงานดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ภายใต้ธุรกิจและการจัดการแบบสหกรณ์ตามที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้วางระเบียบว่าด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานสหกรณ์อำเภอไว้ตามเอกสารหมาย จ.12 สหกรณ์การเกษตรสรรพยา จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2513 เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2530คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรสรรพยา จำกัด ได้ประชุมกันมีมติให้เปิดรับสมัครพนักงานบัญชีเพื่อบรรจุเข้าทำงานในสหกรณ์ 1 ตำแหน่งและมีมติแต่งตั้งให้สหกรณ์อำเภอซึ่งมีจำเลยดำรงตำแหน่งอยู่ผู้จัดการสหกรณ์อันได้แก่นายสุทิน พรหมแจ้ง หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบบัญชีจากสำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ นายประชุม ข้องรอดกรรมการสหกรณ์ซึ่งถูกลงโทษไปตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1229/2531ตามคำฟ้องและนายจรัญ บุญช่วย กรรมการสหกรณ์รวม 5 คน ร่วมกันเป็นกรรมการออกข้อสอบและตรวจข้อสอบตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย จ.7 คณะกรรมการสหกรณ์ได้จัดให้มีการสอบและประกาศผลสอบเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2530 โดยมีนางสาวอำนวย หมอนชูสอบได้ที่ 1 ในตอนบ่ายของวันเดียวกัน คณะกรรมการสหกรณ์ ได้มีการประชุมและลงมติว่าการสอบคัดเลือกเป็นโมฆะ และประกาศยกเลิกการสอบในวันรุ่งขึ้น ต่อมานางสาวอำนวยพร้อมด้วยบิดามารดาได้ไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า จำเลยได้เรียกเอาเงินไป 40,000 บาท เพื่อจะช่วยเหลือให้นางสาวอำนวยสอบได้และได้รับการบรรจุแต่งตั้ง จากข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ โดยไม่จำต้องวินิจฉัยก่อนว่าจำเลยได้เรียกรับเอาเงินจากนางสาวอำนวยจริงหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรสรรพยา จำกัดสหกรณ์การเกษตรสรรพยา จำกัด เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากไม่ใช่หน่วยงานในกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบโดยตรงและมติของคณะกรรมการสหกรณ์ดังกล่าวก็ไม่มีระเบียบของทางราชการว่าให้ทำได้และจำเลยจะต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้การเป็นกรรมการสอบก็ไม่ใช่กรณีที่จำเลยจะต้องส่งเสริมแนะนำการดำเนินธุรกิจการบริหารงานของสหกรณ์ตลอดจนช่วยดำเนินการปรับปรุงงานดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้ธุรกิจและการจัดการแบบสหกรณ์ตามที่ระเบียบได้วางไว้ ดังนั้นการเป็นกรรมการสอบของจำเลยจึงไม่ใช่เจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งของจำเลย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด ชัยนาท โจทก์ นาย อุด ม สม เสนาะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชัยนาท · จำเลย - นาย อุด ม สม เสนาะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเมธ อุปนิสากร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4789/2565ฎีกา 975/2531ฎีกา 3228/2527ฎีกา 5182/2559ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 1491/2537ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 2719/2528ฎีกา 3215/2538ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 4392/2531ฎีกา 1337/2538ฎีกา 5138/2537ฎีกา 4403/2528ฎีกา 13537/2553ฎีกา 1575/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ