⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5493/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5493/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่เสียไปเพียงเพราะโจทก์ไม่ได้นำยึด หรือผู้ที่นำยึดมิใช่ผู้แทนโจทก์

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บทใด บังคับว่าหากโจทก์ไม่นำยึดหรือผู้ที่นำยึดมิใช่ผู้แทนโจทก์แล้ว จะทำให้การยึดนั้นเป็นอันเสียไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3ต่อมาโจทก์ได้ขอหมายบังคับคดีจำเลยที่ 1 และที่ 2 และวันที่16 สิงหาคม 2531 นายอุดมผู้แทนโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ไว้เพื่อนำออกขายทอดตลาด จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า โจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทและตั้งนายมานิตเป็นผู้ชำระบัญชีตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2528กรรมการโจทก์ย่อมไม่มีอำนาจมอบให้บุคคลใดกระทำการแทนหนังสือมอบอำนาจให้นายอุดม เป็นผู้แทนโจทก์ในการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ไม่ชอบ นายอุดมไม่มีอำนาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ โจทก์คัดค้านว่า นายมานิตผู้ชำระบัญชีถึงแก่กรรมตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2528 โจทก์ยังมิได้ตั้งผู้ชำระบัญชีคนใหม่ก่อนเลิกบริษัทโจทก์มีนายประวัติและนายมานิตเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ เมื่อนายมานิตถึงแก่กรรม นายประวัติย่อมเป็นผู้ชำระบัญชีโดยตำแหน่ง นายประวัติมอบอำนาจให้นายอนุกรและนายอดุลย์ และมีการมอบอำนาจต่อไปให้นายอุดม นายอุดมจึงมีอำนาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ได้ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องพิจารณาว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่16 สิงหาคม 2531 เป็นการยึดที่มิชอบด้วยกฎหมาย อันจะทำให้ศาลต้องมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่าการที่นายอนุกรและนายอดุลย์มอบอำนาจให้นายอุดมเป็นผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 นั้น หาได้ทำให้การยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องเสียไปแต่อย่างใดไม่ทั้งนี้เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278บัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ว่า นับแต่วันที่ได้ส่งหมายบังคับคดีให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจที่จะยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้ได้ และการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานี้ไม่มีบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบทใดบังคับว่า หากโจทก์ไม่นำยึดหรือผู้ที่นำยึดมิใช่ผู้แทนโจทก์แล้ว จะทำให้การยึดนั้นเป็นอันเสียไป การยึดทรัพย์รายนี้จึงเป็นการยึดที่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5493/2536 บริษัท บางกอก เอก เซ คคิวทีฟ จำกัด โจทก์ บริษัท แลมปาราส จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท บางกอก เอก เซ คคิวทีฟ จำกัด · จำเลย - บริษัท แลมปาราส จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 621/2514ฎีกา 5378/2544ฎีกา 959/2537ฎีกา 175/2519ฎีกา 1256/2518ฎีกา 1485/2513ฎีกา 4122/2540ฎีกา 128/2521ฎีกา 6486/2531ฎีกา 1435/2510ฎีกา 4767/2529ฎีกา 171/2520ฎีกา 193/2510ฎีกา 1039/2492ฎีกา 2558/2527ฎีกา 2452/2535ฎีกา 992/2549ฎีกา 928/2503ฎีกา 1112/2555ฎีกา 428/2517ฎีกา 1263/2512ฎีกา 137/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา