⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5520/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5520/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ครูผู้ดูแลเด็กมีหน้าที่ต้องดูแลให้เด็กที่อยู่ในความดูแลได้รับความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเด็กต้องทำงานในสถานที่ที่มีอันตราย หรือเมื่อเด็กเล่นน้ำในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่ออันตราย การละเลยหน้าที่ดังกล่าวจนเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย ถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อและเป็นละเมิดต่อผู้ปกครองของเด็ก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นครูประจำชั้นให้เด็กนักเรียนในชั้นรวมทั้งผู้ตายซึ่งเป็นเด็กเล็ก อายุเพียง 11 ปี ไปช่วยจับปลาจากบ่อหนึ่งไปปล่อยในบ่อน้ำใหญ่ซึ่งมีช่วงที่ลึกและเป็นอันตรายแก่เด็ก เมื่อเสร็จงานแล้วก็เพิกถอนเสียมิได้ติดตามดูแลเด็กให้รีบกลับบ้านหรือห้ามปรามมิให้ลงเล่นน้ำ และเมื่อผู้ตายกับเพื่อน ๆ ลงเล่นน้ำในบ่อใหญ่แล้ว จำเลยก็มิได้ตักเตือนให้เล่นด้วยความระมัดระวังเพื่อจะได้ไม่ถลำลงไปในช่วงที่มีน้ำลึกและเป็นอันตราย ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้นจำเลยกับพวกก็นั่งดื่มสุราอยู่ที่ใต้ต้นมะพร้าวริมบ่อที่มีการจับปลานั่นเอง ผู้ตายลื่นลงไปในบ่อช่วงที่มีน้ำลึกและจมน้ำตาย ดังนี้ย่อมถือได้ว่าจำเลยให้ผู้ตายช่วยทำการงานในสถานที่ที่มีอันตรายแล้วไม่ดูแลให้ปลอดภัยตามสมควรแก่วัยของผู้ตายซึ่งเป็นเด็ก จึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้ตายซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ถึงแก่ความตายและเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาของเด็กหญิงวราภรณ์ ขันขาวผู้ตายจำเลยเป็นครูประจำชั้นที่ผู้ตายเรียนหนังสืออยู่ เมื่อวันที่24 มิถุนายน 2531 จำเลยสั่งให้นักเรียนในชั้นเรียนที่จำเลยเป็นครูประจำชั้นไปที่บ้านจำเลยในวันที่ 25 มิถุนายน 2531 เพื่อจับปลาในสระที่บ้านจำเลย วันที่ 25 มิถุนายน 2531 ผู้ตายไปที่บ้านจำเลยและจับปลาในสระที่บ้านจำเลยไปใส่ไว้อีกสระหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันซึ่งมีน้ำลึกมากจึงได้จมน้ำและถึงแก่ความตาย เหตุที่ผู้ตายถึงแก่ความตายนั้นเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของจำเลย ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 212,850 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพผู้ตาย 6,150 บาท กับค่าขาดไร้อุปการะอัตราเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 17 ปี เป็นเงิน 204,000 บาทรวมเป็นเงิน 210,150 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า เด็กหญิงวราภรณ์ถึงแก่ความตายเพราะการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของจำเลยหรือไม่และจำเลยจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เพียงใดพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีตัวโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานยืนยันเหตุการณ์ที่เด็กหญิงวราภรณ์ผู้ตายกับเพื่อน ๆ ไปช่วยจำเลยซึ่งเป็นครูประจำชั้นจับปลา การค้นหาศพผู้ตาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปลงศพ และความเสียหายที่โจทก์ได้รับเนื่องจากการตายของผู้ตายกับมีเด็กหญิงโก้ ดุสิต และเด็กหญิงเชาวรัตน์ ฉัตรเมืองปักเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นของผู้ตาย มาเบิกความถึงเหตุการณ์ที่จำเลยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการจับปลาที่บ่อและถามว่าใครจะไปด้วยบ้าง รวมทั้งเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ที่จำเลยพาพยานกับเพื่อน ๆเดินทางจากบ้านไปที่บ่อเลี้ยงปลา และให้ลงจับลูกปลาจากบ่ออนุบาลใส่ถุงพลาสติกไปปล่อยลงในบ่อใหญ่กับให้จับปลาตัวใหญ่ขึ้นมาปิ้งกินแล้วปล่อยให้เด็กนักเรียนที่ไปช่วยจับปลาซึ่งรวมทั้งผู้ตายด้วยลงเล่นน้ำในบ่อใหญ่ที่ปล่อยปลาลงไป และมีน้ำลึก จนกระทั่งผู้ตายลื่นลงไปในบ่อช่วงที่มีน้ำลึกและจมน้ำตาย โดยที่จำเลยกับพวกก็นั่งดื่มสุราอยู่ที่ใต้ต้นมะพร้าวริมบ่อที่มีการจับปลานั่นเองคำพยานโจทก์สอดคล้องต้องกัน เด็กหญิงโก้และเด็กหญิงเชาวรัตน์พยานล้วนแต่ได้ไปรู้เห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุ และเป็นลูกศิษย์ของจำเลยเอง ไม่มีเหตุที่จะเบิกความเอนเอียงเข้ากับโจทก์และให้ร้ายจำเลยแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าฟังได้ตามที่นำสืบ การที่จำเลยซึ่งเป็นครูประจำชั้น ให้เด็กนักเรียนในชั้นซึ่งเป็นเด็กเล็ก อายุเพียง 11 ปี ไปช่วยทำงานเกี่ยวข้องกับบ่อน้ำใหญ่ซึ่งมีช่วงที่ลึกและเป็นอันตรายแก่เด็ก เมื่อเสร็จงานแล้วก็เพิกเฉยเสีย มิได้ติดตามดูแลให้รีบกลับบ้าน หรือห้ามปรามมิให้ลงเล่นน้ำในบ่อนั้นและเมื่อผู้ตายกับเพื่อน ๆ ลงเล่นน้ำในบ่อใหญ่แล้ว จำเลยก็มิได้ตักเตือนให้เล่นด้วยความระมัดระวัง เพื่อจะได้ไม่ถลำลงไปในช่วงที่มีน้ำลึกและเป็นอันตราย ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้นจำเลยพร้อมด้วยนายสุครีพ นายแสวงและนายสุระก็นั่งดื่มสุราอยู่ที่ใต้ต้นมะพร้าวริมบ่อที่มีการจับปลานั่นเอง ทำให้ผู้ตายลื่นลงไปในบ่อช่วงที่มีน้ำลึกและจมน้ำตาย ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยให้ผู้ตายช่วยทำการงานในสถานที่ที่มีอันตราย แล้วไม่ดูแลให้ปลอดภัยตามสมควรแก่วัยของผู้ตายซึ่งเป็นเด็ก จึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ผู้ตายซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ถึงแก่ความตายและเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 128,550 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5520/2536 นาง ทอง มาก ประจันต์ หรือ ขัน ขาว โจทก์ นาย สุริยะ ทราย เพชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ทอง มาก ประจันต์ หรือ ขัน ขาว · จำเลย - นาย สุริยะ ทราย เพชร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิน อักขรายุธ · วินัย วิมลเศรษฐ · ชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา