⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 556/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การรอการลงโทษจำคุกจะคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดี ลักษณะของอาวุธ และความประพฤติของผู้กระทำความผิดประกอบกัน

ย่อคำพิพากษา

อาวุธปืนของกลางเป็นเพียงอาวุธปืนลูกซองสั้นที่ยิงได้คราวละนัดเมื่อเปรียบเทียบกับอาวุธปืนชนิดอื่นที่บรรดามิจฉาชีพใช้กันอยู่โดยทั่วไป ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่สามารถบรรจุและยิงได้คราวละหลายนัดโดยมีแรงทะลุทะลวงมากแล้ว อาวุธปืนของกลางจึงมิใช่อาวุธปืนร้ายแรงนัก ทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยมีกระสุนปืนที่พาติดตัวไปเพียงนัดเดียวและไม่ปรากฏว่าจำเลยจะพาอาวุธปืนของกลางนั้นไปประกอบอาชญากรรมหรือกระทำการอันมิชอบ กลับได้ความโดยมีหนังสือรับรองของกำนันรองผู้ว่าราชการจังหวัด และพระภิกษุเจ้าคณะตำบล ท้องที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานยืนยันว่า จำเลยมีความประพฤติดี ชอบช่วยเหลือทางราชการและทำคุณประโยชน์ให้แก่ราชการและสังคมโดยส่วนรวมในหลาย ๆ ด้านทั้งในวันเกิดเหตุจำเลยได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปเฝ้าดูแลเครื่องสูบน้ำของสภาตำบลที่จำเลยรับหน้าที่ช่วยเหลือดูแลอยู่ดังนี้ พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับลักษณะอาวุธและความประพฤติของจำเลยในอดีต จำเลยควรได้รับความปรานีด้วยการรอการลงโทษ แต่เพื่อให้จำเลยหลาบ จำจึงลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 32, 33ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคแรก, 72 วรรคสาม (ที่ถูกเป็น72 วรรคแรก), 72 วรรคสอง ทวิ (ที่ถูกเป็น 72 ทวิ วรรคสอง)ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 1 ปี ปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืน จำคุก1 ปี ปรับ 4,000 บาท เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปีปรับ 5,000 บาท ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบหนังสือรับรองของกำนันประจำตำบลทุ่งท่าช้าง เจ้าคณะตำบลนิยมชัยและรองผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว เห็นควรให้โอกาสแก่จำเลยที่จะกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนจำคุก1 ปี ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก9 เดือน โดยไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่าอาวุธปืนของกลางเป็นเพียงอาวุธปืนลูกซองสั้นที่ยิงได้คราวละนัดเมื่อเปรียบเทียบกับอาวุธปืนชนิดอื่นที่บรรดามิจฉาชีพใช้กันอยู่โดยทั่วไปในปัจจุบันซึ่งเป็นอาวุธปืนที่สามารถบรรจุและยิงได้คราวละหลายนัดโดยมีแรงทะลุทะลวงมากแล้ว นับว่าอาวุธปืนของกลางมิใช่อาวุธปืนชนิดร้ายแรงนัก ทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยก็มีกระสุนปืนที่พาติดตัวไปเพียงนัดเดียว และข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยจะพาอาวุธปืนของกลางนั้นไปประกอบอาชญากรรมหรือกระทำการอันมิชอบกลับกันจำเลยกล่าวอ้างโดยมีหนังสือรับรองของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและพระภิกษุ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นกำนัน รองผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าคณะตำบลของตำบล อำเภอและจังหวัดท้องที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้มีความประพฤติดีชอบช่วยเหลือทางราชการและทำคุณประโยชน์ให้แก่ราชการและสังคมโดยส่วนรวมในหลาย ๆ ด้านทั้งในวันเกิดเหตุจำเลยได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปเฝ้าดูแลเครื่องสูบน้ำของสภาตำบลทุ่งท่าช้าง อำเภอสระโบสถ์จังหวัดลพบุรี ที่จำเลยรับหน้าที่ช่วยเหลือดูแลอยู่ ข้ออ้างของจำเลยจึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ตามที่จำเลยกล่าวในฎีกา เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับลักษณะของอาวุธและความประพฤติของจำเลยในอดีตที่ผ่านมาแล้ว เห็นว่า จำเลยควรได้รับความปรานีด้วยการรอการลงโทษให้สักครั้งหนึ่งตามที่จำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำจึงให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท กระทงหนึ่งและฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธาาณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 4,000 บาท อีกกระทงหนึ่งเรียงกระทงลงโทษรวม 2 กระทง จำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือนและปรับ 5,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี โจทก์ นาย สม มาตร วัน ศุกร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี · จำเลย - นาย สม มาตร วัน ศุกร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรินทร์ นาควิเชียร · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ