⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 720/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 720/2536

ป.อาญา ม.78, 185

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลฎีกามีอำนาจกำหนดโทษจำคุกใหม่ได้หากเห็นว่าโทษที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์กำหนดไว้หนักเกินไปตามพฤติการณ์แห่งรูปคดี และการที่จำเลยให้ความร่วมมือในการตรวจค้นอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุให้ศาลฎีกาลดโทษให้ได้

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำคุกจำเลยหนักเกินไปหากศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่เหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งรูปคดีย่อมกำหนดโทษใหม่ได้ เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นบ้านจำเลยเพื่อหาเฮโรอีน การที่จำเลยได้นำเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นบริเวณบ้านดังกล่าวย่อมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุลดโทษ ศาลฎีกาลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.185

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.185 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ จำนวน 42 หลอดหนัก 37.782 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีขอให้ลงโทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2528) มาตรา 4 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66 วรรคแรก ให้ลงโทษจำคุก30 ปี และให้ริบเฮโรอีน หลอดพลาสติกเปล่ากับตะกร้าพลาสติกของกลางอันเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่...เห็นว่า พยานโจทก์ดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่และไม่มีเหตุที่จะปรักปรำใส่ร้ายจำเลยประกอบกับจำเลยก็ได้นำตรวจค้นปรากฏตามภาพถ่ายหมาย ปจ.2 และ ปจ.3 รวม 4 ภาพด้วยเชื่อได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติการไปโดยสุจริต ดังจะเห็นได้ว่าในวันจับกุมและสอบสวนเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ เจ้าพนักงานตำรวจก็บันทึกไปตามความเป็นจริง ไม่ได้บังคับขู่เข็ญให้จำเลยรับสารภาพแต่อย่างใด ที่จำเลยนำสืบทำนองว่า เฮโรอีนของกลางเป็นของเจ้าพนักงานตำรวจนำมาเองนั้น มีน้ำหนักน้อยเพราะนอกจากจะไม่มีเหตุผลที่จะต้องกระทำเช่นนั้นแล้ว ยังปรากฏว่ายึดได้เฮโรอีนของกลางที่บ้านจำเลยหลายแห่งด้วยกัน หากเจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้นำเฮโรอีนของกลางมาเอง ก็ไม่น่าจะต้องนำมาซุกซ่อนไว้กระจัดกระจายหลายแห่งเช่นนี้ พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักพอที่จะฟังหักล้างพยานโจทก์ได้พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองเฮโรอีนของกลางตามฟ้องจริง และเฮโรอีนของกลางเมื่อเป็นสารบริสุทธิ์แล้วมีน้ำหนัก 37.782 กรัม จึงต้องถือว่าจำเลยมีเฮโรอีนของกลางดังกล่าวไว้เพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่เห็นว่าศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำคุกจำเลย 30 ปีหนักเกินไปยังไม่เหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งรูปคดี ทั้งการนำตรวจค้นบริเวณบ้านเกิดเหตุของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้างเป็นเหตุลดโทษ ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้เหมาะสม" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 20 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย 15 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 720/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด นราธิวาส โจทก์ นาง ละเอียด หรือ แสง เดือน ยอด พล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นราธิวาส · จำเลย - นาง ละเอียด หรือ แสง เดือน ยอด พล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 335/2563ฎีกา 6830/2544ฎีกา 6936/2562ฎีกา 7019/2549ฎีกา 4/2508ฎีกา 7998/2561ฎีกา 2365/2563ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 4022/2558ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 1854/2563ฎีกา 2962/2523ฎีกา 512/2559ฎีกา 5048/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 7149/2558ฎีกา 6416/2541ฎีกา 647/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ