คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้มาซึ่งสิทธิเหนือพื้นดินอันเป็นทรัพย์สิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การได้มานั้นไม่บริบูรณ์ และไม่อาจฟ้องบังคับให้จดทะเบียนเพื่อให้เป็นทรัพยสิทธิที่สมบูรณ์ได้
ย่อคำพิพากษา
การได้มาโดยนิติกรรมซึ่งสิทธิเหนือพื้นดินอันเป็นทรัพย์สิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือและมิได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่บริบูรณ์ โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินให้โจทก์เพื่อให้เป็นทรัพยสิทธิที่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคแรก หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิอาศัยเหนือพื้นดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร โดยให้โจทก์มีสิทธิอาศัยตลอดชีวิตของโจทก์ตลอดถึงลูกหลานเหลนลื้อของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยให้การว่า กรมการศาสนาเป็นผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของจำเลยเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔ โจทก์ได้เข้ามาปลูกบ้าน ๑ หลัง และห้องแถว ๘ ห้อง ในที่ดินของจำเลยโดยอ้างว่าเช่าจากพระสุวรรณเมธี โจทก์ไม่ได้เช่าจากจำเลยหรือกรมการศาสนา หนังสือสัญญาตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ เป็นเอกสารปลอม โดยโจทก์กับพวกร่วมกันทำปลอม ต่อมากรมการศาสนาได้ตกลงให้โจทก์เช่าเฉพาะที่ดินของจำเลยเนื้อที่ ๑๐๐ ตารางวา ที่โจทก์ปลูกบ้านส่วนเนื้อที่อีกประมาณ ๑๑๒ ตารางวา ที่โจทก์ใช้ปลูกห้องแถวนั้น จำเลยไม่ให้โจทก์เช่าและเมื่อโจทก์ไม่รื้อห้องแถวออกไปจากที่ดิน จำเลยจึงได้ฟ้องให้รื้อถอนและขับไล่ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วและให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยตามประเด็นข้อพิพาทต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ จำเลย และวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิตามสัญญาและคำขอท้ายฟ้องชอบหรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยทำหนังสือสัญญาตกลงยอมให้โจทก์ปลูกสร้างบ้านและห้องแถวในที่ดินของจำเลยอยู่อาศัยตลอดชีวิตของโจทก์และลูกหลานเหลนลื้อของโจทก์ และตกลงจะไปจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินให้โจทก์ตามกฎหมาย แต่ต่อมาไม่ได้มีการจดทะเบียนสิทธิดังกล่าว ดังนี้หากข้อเท็จจริงได้ความดังที่โจทก์กล่าวอ้าง ข้อตกลงดังกล่าวย่อมเป็นบุคคลสิทธิซึ่งโจทก์มีสิทธิที่จะปลูกสร้างบ้านและห้องแถวในที่ดินของจำเลยได้ตามข้อตกลงแต่เนื่องจากข้อกล่าวอ้างของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างการได้มาโดยนิติกรรมซึ่งสิทธิเหนือพื้นดินอันเป็นทรัพยสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือและมิได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่บริบูรณ์ โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินให้โจทก์เพื่อให้เป็นทรัพยสิทธิที่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคแรกหาได้ไม่
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2536
นายสุวัฒน์ ดำรงรักษ์ โจทก์
วัดทองธรรมชาติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุวัฒน์ ดำรงรักษ์ · จำเลย - วัดทองธรรมชาติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล สระฏัน · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายสุรพล เตชะธำรง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมอ อินทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา