⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 762/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลำพังเพียงคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ร่วมกระทำความผิดด้วยกันเอง ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยที่ถูกซัดทอดได้ การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด จะต้องเป็นการกระทำก่อนหรือขณะกระทำความผิด จึงจะเป็นความผิดฐานสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่มีพยานอื่นมาสืบสนับสนุนให้เห็นว่า จำเลยที่ 6ได้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ปล้นทรัพย์อย่างไร คงมีแต่บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 6 ว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยทั้งหกได้ร่วมกันวางแผนที่จะปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย คำให้การของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ที่ให้การถึงจำเลยที่ 6 เป็นคำซัดทอดผู้ต้องหาด้วยกันเอง ลำพังเพียงคำให้การชั้นสอบสวนจึงมีน้ำหนักน้อยไม่สามารถฟังลงโทษจำเลยที่ 6 ได้ หลังวันเกิดเหตุแล้ว จำเลยที่ 6 ช่วยพาจำเลยที่ 1 ไปขายอาวุธปืนที่จำเลยที่ 1 ได้มาจากการปล้นทรัพย์ ไม่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด จำเลยที่ 6 ไม่มีความผิดฐานสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา340, 340 ตรี, 33 และริบของกลาง ให้จำเลยทั้งหกร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รวม 31,350 บาท แก่เจ้าของ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบ 340 ตรี และจำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบ86 จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 คนละ 18 ปี จำคุกจำเลยที่ 6 กำหนด8 ปี คำรับของจำเลยทั้งหกในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 คนละ12 ปี จำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 5 ปี 4 เดือน ริบของกลางเว้นแต่รถจักรยานยนต์และอาวุธปืนลูกซอง 5 นัด ของกลางให้คืนเจ้าของและให้จำเลยทั้งหกร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนรวม 25,350 บาทแก่เจ้าของ คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 และที่ 6 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ 6 ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนเข้าปล้นเอาทรัพย์ของผู้เสียหายตามฟ้องไป ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งหกกล่าวหาและฟ้องเป็นคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์จำเลยที่ 2 และที่ 6 อุทธรณ์ แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 6 จำเลยนอกนั้นคงลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์จึงมีเพียงว่าจำเลยที่ 6 ได้กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ดังศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า คดีสำหรับจำเลยที่ 6 "โจทก์ไม่มีพยานมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 6 ได้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 เข้าปล้นทรัพย์อย่างไรบ้าง โจทก์คงมีแต่บันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 6 ที่ให้การว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยทั้งหกได้ร่วมกันวางแผนที่จะปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย แต่เมื่อถึงวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 6 มิได้ไปร่วมปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายด้วย คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ที่ให้การถึงจำเลยที่ 6 เป็นคำซัดทอดของผู้ต้องหาด้วยกันเอง ส่วนคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 6 จำเลยที่ 6 ก็ต่อสู้ว่าเป็นคำให้การที่ได้มาโดยมิชอบ ลำพังเพียงคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวโดยโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุนจึงมีน้ำหนักน้อย" แม้จากคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวจะได้ความว่า หลังจากวันปล้นทรัพย์16 ถึง 17 วัน จำเลยที่ 1 นำอาวุธปืนลูกซอง 5 นัดที่ได้มาจากการปล้นมาขอให้จำเลยที่ 6 ช่วยนำไปจำหน่าย จำเลยที่ 6 ก็ได้พาจำเลยที่ 1 ไปขายอาวุธปืนดังกล่าวแก่นายวิฑูรย์ แล้วจำเลยที่ 6ได้พาพนักงานสอบสวนไปยึดอาวุธปืนดังกล่าวมาได้จากนายวิฑูรย์ก็ตาม การกระทำของจำเลยที่ 6 หลังวันเกิดเหตุนี้นอกจากจะไม่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิดแล้ว ก็ไม่อาจนำไปสนับสนุนให้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 6 ได้ร่วมวางแผนปล้นทรัพย์ก่อนเกิดเหตุจริง คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 6 ได้กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สุราษฎร์ธานี โจทก์ นาย วิทยา เดชไกร ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุราษฎร์ธานี · จำเลย - นาย วิทยา เดชไกร ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพ็ง เพ็งนิติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2581/2548ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ