⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 776/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบียดบังเอาเงินของผู้เสียหายไปโดยทุจริตต่างวาระกัน ถือเป็นความผิดสำเร็จเป็นคราว ๆ ไป และเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

การเบียดบังเอาเงินของผู้เสียหายไปโดยทุจริตคนละคราวต่างวาระกันการกระทำของจำเลยแต่ละคราวเป็นความผิดสำเร็จเป็นคราว ๆไปในตัว จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยได้เบียดบังเอาเงินของผู้เสียหายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 304,357.42 บาท ไปเป็นประโยชน์ของจำเลยหรือผู้อื่นโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา147, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502มาตรา 3 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 4,357.42 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 รวม 2 กระทง เรียงกระทงลงโทษให้จำคุกกระทงละ 6 ปีรวมจำคุก 12 ปี จำเลยชดใช้เงินคืนแก่ทางราชการเป็นจำนวนมากเป็นการบรรเทาความเสียหาย นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 4,078.42 บาทแก่ผู้เสียหาย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยเต็มตามฟ้อง ส่วนจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คงมีปัญหาข้อกฎหมายข้อเดียวตามที่จำเลยฎีกาข้อ 3.2 ว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2528 เจ้าพนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจบัญชีของสุขาภิบาลท่าแซะผู้เสียหายพบว่ายอดเงินขาดหายไปจำนวน 175,758.42 บาท และวันที่ 26 มิถุนายน 2528พบว่าเงินขาดหายไป 128,320 บาท การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำผิดครั้งเดียว มีเจตนาเดียวกัน คือทำให้เงินขาดหายไปจากบัญชีถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน2528 เจ้าพนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจกำปั่นเก็บเงิน และตรวจบัญชีของสุขาภิบาลท่าแซะผู้เสียหายพบว่าเงินในกำปั่นขาดหายไป175,758.42 บาท และวันที่ 26 มิถุนายน 2528 ตรวจพบว่าเงินของผู้เสียหายขาดบัญชีไป 128,320 บาท โดยพบว่าในวันที่ 28 กันยายน2527 มีการเบิกจ่ายเงินตัดปีออกจากบัญชีเงินสดของผู้เสียหายตามฎีกา 5 ฉบับ เอกสารหมาย ป.จ.7 ถึง ป.จ.11 รวมเป็นเงิน128,320 บาท ระบุว่า เป็นเงินในหมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างไม่มีหลักฐานการจ่ายให้แก่ผู้รับเงิน เห็นว่า เงินในกำปั่นของผู้เสียหายที่ขาดหายไปจำนวน 175,758.42 บาท และที่จำเลยได้เบิกเงินตัดปีตามฎีกา 5 ฉบับ เอาเงินไปโดยไม่มีหลักฐานการจ่ายให้แก่ผู้รับเงิน การกระทำของจำเลยดังกล่าวซึ่งเป็นกรณีเบียดบังเอาเงินของผู้เสียหายไปโดยทุจริตคนละคราวต่างวาระกันการกระทำของจำเลยแต่ละคราวเป็นความผิดสำเร็จเป็นคราว ๆ ไปในตัว จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ได้กระทำ 2 ครั้ง จึงเป็นความผิดสองกรรมที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด ชุมพร โจทก์ นาย ปฏิภา ณ ประเสริฐ ยิ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชุมพร · จำเลย - นาย ปฏิภา ณ ประเสริฐ ยิ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2009/2526ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ