คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินฝากในธนาคารถือเป็นสินสมรสประเภทที่มีเอกสารเป็นสำคัญ โจทก์ผู้เป็นสามีมีสิทธิร้องขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของรวมในเอกสารนั้นได้ หากภริยาไม่ยินยอม ถือว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิเกิดขึ้น ศาลชอบที่จะรับฟ้องไว้พิจารณา
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผู้เป็นภริยาถอนเงินฝากซึ่งเป็นสินสมรสไปฝากที่ธนาคารอื่นโดยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ เป็นการขัดขวางการจัดการสินสมรสของโจทก์ ขอให้แยกสินสมรสหรือขอให้โจทก์ลงชื่อร่วมในบัญชีเงินฝากนั้น แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะมิใช่กรณีที่โจทก์อาจร้องขอให้ศาลสั่งให้แยกสินสมรสได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1484 เพราะจำเลยมิใช่เป็นผู้มีอำนาจจัดการสินสมรสฝ่ายเดียวก็ตามแต่โจทก์ก็ขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของรวมในบัญชีเงินฝากเพื่อการเบิกถอนเงินด้วยเงินฝากในธนาคารเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นสินสมรสจำพวกที่มีเอกสารเป็นสำคัญซึ่งตามมาตรา 1475 ให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะร้องขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของรวมกันในเอกสารนั้นได้ เมื่อจำเลยไม่ยินยอม กรณีจึงถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์เกิดขึ้นแล้ว ชอบที่ศาลชั้นต้นจะรับฟ้องโจทก์ไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันมีสินสมรสคือเงินสดซึ่งฝากอยู่ที่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาลพบุรีจำนวน 5,600,000 บาทเศษ จำเลยได้ถอนเงินจำนวนดังกล่าวไปหมดสิ้นโดยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ และนำไปฝากไว้ที่ธนาคารอื่น เมื่อโจทก์ทราบได้ขอให้จำเลยยอมให้โจทก์ลงชื่อร่วมในบัญชีเงินฝากแต่จำเลยปฏิเสธ ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเงินจำนวนดังกล่าวได้ จึงเป็นการขัดขวางการจัดการสินสมรสของโจทก์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ขอศาลมีคำสั่งให้แยกสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลย หากไม่สามารถกระทำดังกล่าวข้างต้นได้ ก็ขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ลงชื่อร่วมในบัญชีเงินฝากร่วมกับจำเลย
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายมา ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1484จึงให้ยกฟ้องโจทก์เสีย"
โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องถือได้หรือไม่ว่า จำเลยกระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะมิใช่กรณีที่โจทก์อาจร้องขอให้ศาลสั่งให้แยกสินสมรสได้ตามมาตรา 1484 เพราะจำเลยมิใช่เป็นผู้มีอำนาจจัดการสินสมรสฝ่ายเดียวก็ตาม แต่โจทก์ก็ขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของรวมในบัญชีเงินฝากเพื่อการเบิกถอนเงินด้วย เงินฝากในธนาคารเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นสินสมรสจำพวกที่มีเอกสารเป็นสำคัญซึ่งตามมาตรา 1475 ให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะร้องขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของรวมกันในเอกสารนั้นได้ เมื่อจำเลยไม่ยินยอม กรณีจึงถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์เกิดขึ้นแล้ว ชอบที่ศาลชั้นต้นจะรับฟ้องโจทก์ไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ในประเด็นการร้องขอให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของรวมในสินสมรสด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"
พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องโจทก์ไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2536
นาย ใบ เชียง แสง ทอง โจทก์
นาง ของ เชียง แสง ทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ใบ เชียง แสง ทอง · จำเลย - นาง ของ เชียง แสง ทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ