⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 916/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดื่มสุราเป็นครั้งคราวและไม่ถึงขนาดครองสติไม่ได้ ไม่เป็นเหตุให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้ผู้คัดค้านชอบดื่มและเมาสุราก็ตาม แต่ก็คงเพียงบางเวลาเท่านั้น และไม่ถึงขนาดครองสติไม่ได้ ในเวลาที่ไม่เมาสุราก็ยังสามารถประกอบกิจการงานได้ด้วยตนเองเช่นคนปกติทั่วไป ผู้คัดค้านยืนยันว่าสามารถปกครองทรัพย์สินของตนเอง ทั้งยังได้ความว่าพนักงานอัยการได้ฟ้องผู้ร้องในข้อหายักยอกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของผู้คัดค้าน ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านไม่สามารถจัดทำการงานของตนเองได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 34 เดิม (ปัจจุบันมาตรา 32) ผู้คัดค้านเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้วย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะจัดการทรัพย์สินของตนเองได้ตามลำพัง ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.32

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นน้องชายของนายเกล้าทองเรือง นายเกล้าติดสุราเมามายเป็นประจำทุกวันจนครองสติไม่อยู่และไม่สามารถจัดทำการงานของตนเองได้เลย นายเกล้าไม่มีภริยาและบุตร ได้อยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกับผู้ร้องและอยู่ในความปกครองดูแลอุปการะเลี้ยงดูของผู้ร้อง หากปล่อยไว้จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของนายเกล้าเป็นอย่างมาก ขอให้ศาลมีคำสั่งว่านายเกล้าเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง นายเกล้า ทองเรือง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านมิได้เสพสุราเป็นประจำจนครองสติไม่ได้ ผู้คัดค้านสามารถจัดการงานด้วยตนเอง ยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ผู้ร้องยื่นคำร้องก็เพื่อหวังที่จะได้ประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินของผู้คัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...แม้ผู้คัดค้านชอบดื่มและเมาสุราก็ตามแต่ก็คงเพียงบางเวลาเท่านั้นและไม่ถึงขนาดครองสติไม่ได้ ในเวลาที่ไม่เมาสุราก็ยังสามารถประกอบกิจการงานได้ด้วยตนเองเช่นคนปกติทั่วไป ผู้คัคค้านยืนยันว่าสามารถปกครองทรัพย์สินของตนเอง ทั้งยังได้ความด้วยว่าพนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ฟ้องผู้ร้องในข้อหายักยอกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของผู้คัดค้านตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 42/2533 ของศาลชั้นต้นอีกด้วย ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านไม่สามารถจัดทำการงานของตนเองได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 34 เดิม (ปัจจุบันมาตรา 32)ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องไม่ได้หวังที่จะเอาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของผู้คัดค้านแต่อย่างใด เพราะผู้ร้องมีทรัพย์สินอย่างเหลือเฟือ แต่ที่มาร้องเป็นคดีนี้ก็ด้วยความตกลงยินยอมพร้อมใจของพี่น้องและเพื่อจะรักษาผลประโยชน์ให้แก่ผู้คัดค้านนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว ย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะจัดการทรัพย์สินของตนเองได้ตามลำพัง ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2536 นายก ลิ้ง ทองเรือง ผู้ร้อง นาย เกล้า ทองเรือง ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายก ลิ้ง ทองเรือง · ผู้คัดค้าน - นาย เกล้า ทองเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1645/2520ฎีกา 6064/2567ฎีกา 1835/2534ฎีกา 8229/2540ฎีกา 3247/2542ฎีกา 3184/2550ฎีกา 8225/2540ฎีกา 1868/2492ฎีกา 5968/2533ฎีกา 3146/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ