คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่พยานลงชื่อในสัญญาซึ่งมีลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำสัญญา ถือเป็นการรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำสัญญาโดยปริยาย
2. ผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่ถึงวิกลจริต ยังคงมีความสามารถในการทำนิติกรรมได้
3. สัญญาแบ่งมรดกที่ทำขึ้นหลังจากเจ้ามรดกตายเกิน 1 ปี เป็นสัญญาที่ทายาททำขึ้นเพื่อแบ่งทรัพย์สินที่ตนมีสิทธิได้รับตามกฎหมาย จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1754 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ย่อคำพิพากษา
ลงพิมพ์ลายนิ้วมือในสัญญาโดยมีพยานลงชื่อหลายคน แต่ไม่มีข้อความรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ การรู้เห็นเป็นพยานนั้นเป็นการรับรองลายพิมพ์นิ้วมืออยู่ในตัว
ส. มีลักษณะปัญญาอ่อน หูไม่ดี ได้ยินไม่ชัด ไม่มีอาการทางจิตไม่สามารถดูแลรับผิดชอบตนเองตามลำพังได้ ม.สติไม่ค่อยดี ฟั่นเฟือนเป็นครั้งคราว บางครั้งพูดรู้เรื่อง บางครั้งไม่รู้เรื่อง ดังนี้ เป็นแต่จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่ถึงวิกลจริต
มรดกไม่มีพินัยกรรม เมื่อเจ้ามรดกตายเกิน 1 ปี แล้วทายาทได้ทำหนังสือสัญญาแบ่งมรดกกัน ทายาทมาฟ้องขอแบ่งตามสัญญาไม่ใช่ฟ้องในฐานะเป็นทรัพย์มรดก ไม่อยู่ในอายุความ 1 ปีตาม มาตรา 1754
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจงกลนี จันทรสาขา · จำเลย - นายโรจน์ จันทรสาขา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · พิทยา มงคล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา