⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3146/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3146/2532

ป.พ.พ. ม.32, 137, 143 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องคดีเพื่อคุ้มครองทรัพย์มรดกและดำเนินการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามพินัยกรรม.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่จะต้องนำมาแบ่งปันให้แก่ทายาทของเจ้ามรดก นิติกรรมการโอนเป็นโมฆียะกรรมที่โจทก์ได้บอกล้างแล้ว การบอกล้างโมฆียะกรรมของโจทก์ตลอดจนการนำคดีมาฟ้องเป็นการกระทำอันจำเป็น เพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรมของเจ้ามรดก เพื่อที่จะนำทรัพย์มรดกมาแบ่งปันให้แก่ทายาทเป็นการใช้สิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.32 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.143 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.32 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.143 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของนางตามนภักดี เจ้ามรดก จำเลยที่ ๑ เป็นบุตรของเจ้ามรดก จำเลยที่ ๒ เป็นภรรยาของจำเลยที่ ๑ ก่อนถึงแก่กรรม เจ้ามรดกป่วยมีอาการสติวิปลาส ขาดความรู้สึกรับผิดชอบ เป็นบุคคลวิกลจริตโดยไม่มีผู้อนุบาล จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งรู้ดีว่าเจ้ามรดกเป็นบุคคลวิกลจริตมีเจตนาทุจริตร่วมกันทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทไปเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้ามรดก นิติกรรมดังกล่าวเป็นโมฆียะโจทก์บอกล้างจึงตกเป็นโมฆะมาแต่ต้น ขอให้บังคับให้จำเลยร่วมกันเพิกถอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทจากชื่อจำเลยที่ ๑ เป็นชื่อของเจ้ามรดกตามเดิม หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาโดยให้จำเลยร่วมกันเสียค่าใช้จ่าย ค่าภาษีอากร ภาษีเงินได้ทั้งหมดหากไม่สามารถปฏิบัติตามให้จำเลยร่วมกันใช้ราคาที่ดิน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้บอกล้างโมฆียะกรรม ภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์สามารถให้สัตยาบันได้ ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม นิติกรรมที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสมบูรณ์ เพราะขณะที่ทำนิติกรรมเจ้ามรดกมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ไม่ได้เป็นบุคคลวิกลจริต การกระทำของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๓ ให้การว่า เป็นเจ้าพนักงานที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการยกให้ตามฟ้อง จำเลยที่ ๓ ได้สอบสวนผู้ให้และผู้รับตลอดจนเอกสารเห็นว่าถูกต้องและเจ้ามรดกมีสติสมบูรณ์ดีไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จำเลยที่ ๓ ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและกฎหมายทุกประการจึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง จำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๕ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ มีอำนาจจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนได้โดยลำพัง ไม่ต้องเสนอต่อจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ผู้มีอำนาจเพิกถอนนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือผู้ว่าราชการจังหวัดโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดชี้สองสถาน งดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๙ บัญญัติว่า "ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็นเพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรมและเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก" โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๔๑๒ ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่จะต้องนำมาแบ่งปันให้แก่ทายาทของเจ้ามรดก นิติกรรมการโอนเป็นโมฆียะกรรมที่โจทก์ได้บอกล้างแล้ว การบอกล้างโมฆียะกรรมของโจทก์ตลอดจนการนำคดีมาฟ้องเป็นการกระทำอันจำเป็นเพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งอันแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรมของเจ้ามรดก เพื่อที่จะนำทรัพย์มรดกมาแบ่งปันให้แก่ทายาท เป็นการใช้สิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดกตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3146/2532 นายลำดวน ภักดี โจทก์ นางลำเจียก กระแสชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลำดวน ภักดี · จำเลย - นางลำเจียก กระแสชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายจตุรงค์ นาสมใจ · ศาลอุทธรณ์ - นายพรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 119/2519ฎีกา 1868/2492ฎีกา 3835/2525ฎีกา 191/2501ฎีกา 4070/2528ฎีกา 493/2510ฎีกา 772/2549ฎีกา 3304/2532ฎีกา 877/2497ฎีกา 121/2506ฎีกา 542/2523ฎีกา 602/2541ฎีกา 259/2538ฎีกา 3574/2542ฎีกา 6576/2545ฎีกา 3947/2528ฎีกา 4727/2566ฎีกา 2376/2526ฎีกา 5140/2547ฎีกา 3935/2548ฎีกา 637/2552ฎีกา 1739/2542ฎีกา 1651/2500ฎีกา 1879/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา