⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 772/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2549

ป.วิ.แพ่ง ม.4, 7, 15 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีตามหมายบังคับคดีที่ส่งไปให้ศาลอื่นดำเนินการแทน ต้องเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดี หรือศาลที่ออกหมายบังคับคดีเท่านั้น แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลอื่นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องของโจทก์เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีของศาลแพ่งซึ่งออกหมายบังคับคดีส่งไปให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีบังคับคดีแทน จำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะดำเนินการไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้อง กรณีจึงต้องด้วยบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 15 วรรคท้ายและมาตรา 302 วรรคหนึ่งและวรรคท้าย โดยโจทก์จะต้องเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีคือศาลแพ่งหรืออาจยื่นต่อศาลจังหวัดเพชรบุรีซึ่งเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดีและบังคับคดีแทนเท่านั้น โจทก์จะนำคดีมาฟ้องที่ศาลแพ่งธนบุรีโดยอ้างเหตุจำเลยทั้งสามมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) หาได้ไม่ เพราะบทบัญญัติแห่งมาตรา 4 ดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา 7 ศาลแพ่งธนบุรีจึงไม่มีอำนาจรับคดีไว้พิจารณาพิพากษา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีประจำสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2546 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ดำเนินการบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 45418 ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นครั้งที่ 13 โดยติดจำนองไปด้วย ตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ 459/2543 ระหว่างนางสุรีย์ โสภณโภไคย โจทก์ นางนิ่มนวล พินทุโยธิน จำเลย ซึ่งส่งไปให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีบังคับคดีแทน โจทก์ได้เข้าประมูลและเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และไม่น้อยกว่าราคาสูงสุดของการประมูลในครั้งก่อน อีกทั้งไม่มีผู้คัดค้านแต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่เคาะไม้ขายทรัพย์ให้แก่โจทก์ โดยอ้างในคำสั่งว่าราคาที่โจทก์เสนอยังไม่เป็นราคาที่สมควรขาย อันเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพราะฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา 309 ทวิ วรรหนึ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และให้โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวได้ กับให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลชั้นต้น (ศาลแพ่งธนบุรี) ตรวจคำฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามคำฟ้องและคำขอบังคับของโจทก์มุ่งประสงค์ให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่ไม่ขายที่ดินตามฟ้องให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้ราคาสูงสุดและราคาที่ไม่ต่ำกว่าราคาประมูลครั้งก่อน ซึ่งโจทก์เห็นว่าเป็นคำสั่งที่ฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคหนึ่ง เป็นสาระสำคัญ กับมีคำขอให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นคำขอต่อเนื่อง ฟ้องของโจทก์จึงเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีในคดีหมายเลขแดงที่ 459/2543 ของศาลแพ่งซึ่งออกหมายบังคับคดีส่งไปให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีบังคับคดีแทน และจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องกรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 15 วรรคท้าย และมาตรา 302 วรรคหนึ่งและวรรคท้าย เช่นกันโดยโจทก์จะต้องเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดี ในกรณีนี้ก็คือศาลแพ่งหรืออาจยื่นต่อศาลจังหวัดเพชรบุรีซึ่งเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดีและบังคับคดีแทนเท่านั้น โจทก์จะนำคดีมาฟ้องที่ศาลชั้นต้นในคดีนี้ (ศาลแพ่งธนบุรี) โดยอ้างเหตุจำเลยทั้งสามมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) หาได้ไม่ เพราะบทบัญัติแห่งมาตรา 4 ดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติ มาตรา 7 ศาลชั้นต้นในคดีนี้จึงไม่มีอำนาจรับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ที่ศาลชั้นต้นรับฟ้องและวินิจฉัยว่ากรณียังรับฟังมิได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 โต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขโดยไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไป" พิพากษายกคำพิพากษาและคำสั่งรับฟ้องของศาลชั้นต้น เป็นไม่รับคำฟ้องโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งสองศาลแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2549 นางสุรีย์ โสภณโภไคย โจทก์ นายเฉลิมพล ฤทธิรงค์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุรีย์ โสภณโภไคย · จำเลย - นายเฉลิมพล ฤทธิรงค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1511/2520ฎีกา 1889/2511ฎีกา 94/2493ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ