⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1835/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลลงลายมือชื่อในเอกสารนิติกรรม แม้จะอยู่ในภาวะเจตนาบกพร่องเนื่องจากสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ ก็ยังถือว่ามีเจตนาในการทำนิติกรรมนั้น แต่เป็นโมฆียะ ซึ่งทายาทผู้มีสิทธิย่อมสามารถบอกล้างให้ตกเป็นโมฆะได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในช่วงเวลาที่มีการโอนขายรถยนต์พิพาทส.ป่วยมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่ก็ปรากฏในคำขอโอนทะเบียนรถยนต์ว่า ส.ลงชื่อในช่องผู้โอนในเอกสารดังกล่าวโดยวิธีลงลายมือชื่อ แสดงว่าขณะที่ ส.โอนขายรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองนั้น ส.มิได้ขาดเจตนาในการทำนิติกรรมเสียเลย แต่การกระทำโดยมีเจตนาบกพร่อง เนื่องจากขณะนั้น ส.มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ซึ่งจำเลยทั้งสองในฐานะที่เป็นญาติสนิทย่อมต้องทราบดี นิติกรรมโอนขายรถยนต์พิพาท จึงตกเป็นโมฆียะ โจทก์ในฐานะทายาทย่อมมีสิทธิบอกล่างโมฆียกรรมดังกล่าว และการที่โจทก์ฟ้องคดี ถือได้ว่าเป็นการบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 143 แล้วนิติกรรมโอนขายรถยนต์พิพาทจึงตกเป็นโมฆะมาแต่แรก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.32 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมศักดิ์ไสยวงศ์ จำเลยที่ 1 เป็นน้องสาวร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายสมศักดิ์ จำเลยที่ 2 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 นายสมศักดิ์ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังตั้งแต่ต้นปี 2526 ต้องเข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลลำปางเป็นประจำ โดยมีอาการปราศจากสติสัมปชัญญะ หลงใหลฟั่นเฟือน ขาดความรู้สึกผิดชอบในตัวเอง ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2527 นายสมศักดิ์ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2527 เมื่อปี 2524 โจทก์กับนายสมศักดิ์ได้ร่วมกันซื้อรถยนต์เก๋งส่วนบุคคล ยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียนก-2316 ลำปาง เนื่องจากนายสมศักดิ์เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงให้ใส่ชื่อนายสมศักดิ์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในรถยนต์แต่ผู้เดียว เมื่อวันที่25 มกราคม 2527 ในขณะนายสมศักดิ์ป่วยด้วยโรคดังกล่าวข้างต้น จำเลยที่ 1 อาศัยความใกล้ชิดในฐานะเป็นน้องสาวร่วมบิดามารดากับนายสมศักดิ์ ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ใช้เพทุบายหลอกลวงด้วยกลวิธีต่าง ๆให้นายสมศักดิ์ลงชื่อยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนยานพาหนะจังหวัดลำปางแจ้งโอนและรับโอนรถยนต์เก๋งของโจทก์และนายสมศักดิ์ โดยขายให้จำเลยที่ 2 ในราคา 130,000 บาท ซึ่งความจริงไม่มีการซื้อขายรถยนต์และและรับเงินกันดังกล่าว นายสมศักดิ์กระทำโดยปราศจากความรับผิดชอบในตัวเอง เนื่องจากโรคพิษสุราเรื้อรังและโจทก์ไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย ทั้งไม่ได้ยินยอมให้ซื้อขาย ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการซื้อขายการโอนทะเบียนรถยนต์เก๋งส่วนบุคคล ยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียนก-2316 ลำปาง และให้รถยนต์ดังกล่าวกลับมาเป็นกองมรดกของนายสมศักดิ์เพื่อแบ่งให้ทายาทต่อไป จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้หลอกลวงให้นายสมศักดิ์ขายรถยนต์พิพาทให้จำเลยที่ 2 ความจริงนายสมศักดิ์ได้ขายรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยสมัครใจและกระทำในขณะมีสติเป็นปกติดีทุกประการ และได้รับความยินยอมจากโจทก์แล้วจำเลยที่ 2 ได้ชำระราคารถยนต์จำนวน 130,000 บาท ให้นายสมศักดิ์และนายสมศักดิ์ได้ส่งมอบรถยนต์ให้จำเลยที่ 2 ในวันที่ซื้อขายขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการโอนทะเบียนรถยนต์ยี่ห้อมาสด้าหมายเลขทะเบียน ก-2316 ลำปาง ลงวันที่ 25มกราคม 2527 ระหว่างนายสมศักดิ์ ไสยวงศ์ กับนายกิตติพงษ์ มีมงคลและให้รถยนต์คันดังกล่าวกลับมาเป็นกองมรดกของนายสมศักดิ์ ไสยวงศ์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์กับนายสมศักดิ์เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยสมรสกันเมื่อปี 2512 ต่อมาเมื่อปี 2524 โจทก์กับนายสมศักดิ์ได้ซื้อรถยนต์คันพิพาท จำเลยที่ 1 เป็นน้องสาวร่วมบิดามารดากับนายสมศักดิ์จำเลยที่ 2 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 นายสมศักดิ์ได้จดทะเบียนโอนขายรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2527คดีมีประเด็นในชั้นนี้ว่า การซื้อขายรถยนต์ดังกล่าวได้กระทำโดยสุจริต โดยนายสมศักดิ์ผู้ขายมีสติสมบูรณ์หรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อปลายปี 2526 ตลอดมาจนถึงต้นปี 2527นายสมศักดิ์ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังและตับแข็ง ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและมีอาการทางจิตแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในช่วงเวลาที่มีการโอนขายรถยนต์พิพาทนายสมศักดิ์อยู่ในภาวะป่วยมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก็ปรากฏในคำขอโอนทะเบียนรถยนต์ เอกสารหมาย จ.4 ว่า นายสมศักดิ์ลงชื่อในช่องผู้โอนในเอกสารดังกล่าวโดยวิธีลงลายมือชื่อ แสดงว่าขณะที่นายสมศักดิ์โอนขายรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองนั้น นายสมศักดิ์มิได้ขาดเจตนาในการกระทำนิติกรรมเสียเลยแต่กระทำโดยมีเจตนาบกพร่องเนื่องจากขณะนั้นนายสมศักดิ์มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ ซึ่งจำเลยทั้งสองในฐานะที่เป็นญาติสนิทย่อมต้องทราบดีอยู่แล้ว นิติกรรมโอนขายรถยนต์พิพาทจึงตกเป็นโมฆียะ โจทก์ในฐานะทายาทย่อมมีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรมดังกล่าว และการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่15 มิถุนายน 2527 ถือได้ว่าเป็นการบอกล้างภายใน 1 ปี นับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 143แล้ว นิติกรรมโอนขายรถยนต์พิพาทจึงตกเป็นโมฆะมาแต่แรก พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2534 นาง วันเพ็ญ ไสย วงศ์ โจทก์ นาง สม พิศ มี มงคล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วันเพ็ญ ไสย วงศ์ · จำเลย - นาง สม พิศ มี มงคล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 635/2484ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 916/2536ฎีกา 662/2473ฎีกา 541/2509ฎีกา 247/2501ฎีกา 819/2500ฎีกา 866/2493ฎีกา 114/2488ฎีกา 920/2480ฎีกา 40/2516ฎีกา 5334/2533ฎีกา 1479/2523ฎีกา 901/2498ฎีกา 620/2508ฎีกา 1407/2513ฎีกา 137/2513ฎีกา 937/2490ฎีกา 2703/2517ฎีกา 1906/2535ฎีกา 5268/2533ฎีกา 1394/2500ฎีกา 6827/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา