⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 946/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย ถือเป็นคำสั่งที่อาจอุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมโดยอ้างว่าผู้ขายกระทำโดยไม่สุจริต แต่ไม่ได้บรรยายว่าผู้ซื้อกระทำการโดยไม่สุจริตด้วย และผู้ซื้อให้การว่าซื้อโดยสุจริตแล้ว ถือว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าผู้ซื้อกระทำการโดยสุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยโดยเห็นว่า ตามคำฟ้องและคำให้การข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้แล้วไม่จำเป็นต้องสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตาม ป.วิ.พ.มาตรา 24 ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 227 โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้งดสืบพยานดังกล่าวได้โดยไม่จำเป็นต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า ที่ดินและตึกพิพาทเป็นสินสมรสของบิดามารดาโจทก์บิดาโจทก์ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินและตึกพิพาทให้แก่จำเลยในขณะที่จำเลยเป็นเลขานุการและเป็นภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ และมีผู้ปลอมลายมือชื่อของมารดาโจทก์ลงในหนังสือให้ความยินยอม นิติกรรมการซื้อขายจึงไม่สมบูรณ์และไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมิได้บรรยายถึงการกระทำของจำเลยว่าได้รับโอนมาไม่สุจริต ที่บรรยายว่าจำเลยเป็นเลขานุการและภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์นั้น หาใช่ว่าจำเลยจะได้กระทำโดยไม่สุจริตไม่ และที่บรรยายว่าลายมือชื่อของมารดาโจทก์ปลอมนั้นก็มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมหรือร่วมรู้เห็นในการปลอมด้วย ดังนี้ เมื่อจำเลยให้การว่าจำเลยซื้อที่ดินและตึกพิพาทมาโดยสุจริต ตามคำฟ้องและคำให้การจึงฟังเป็นยุติได้แล้วว่าขณะที่ทำนิติกรรมการซื้อขายนั้นจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้กระทำการโดยสุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1480 คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.26 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินมีโฉนดระหว่างบิดาโจทก์กับจำเลย ให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดก ๓ ใน ๘ ส่วนของที่ดินและตึกแถวให้แก่นายวีกิจ โจทก์ และนางบุษบา คิดเป็นเงิน ๗๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าตกลงแบ่งกันไม่ได้ ให้ประมูลกันเองหรือขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้ตามส่วน จำเลยให้การว่า จำเลยได้ซื้อที่ดินโฉนดตามฟ้องพร้อมบ้านจากบิดาโจทก์โดยสุจริต ได้ชำระค่าตอบแทนและจดทะเบียนการซื้อขายโดยสุจริต โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้เพิกถอน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาประการแรกว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยโดยเห็นว่า ตามคำฟ้องและคำให้การข้อเท็จจริงพอฟังเป็นยุติได้แล้วไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาาจฟ้อง จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาตามมาตรา ๒๒๗ โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้งดสืบพยานดังกล่าวได้ โดยไม่จำเป็นต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ ปัญหาต่อไปมีว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินและตึกพิพาทแต่เพียงว่า ที่ดินและตึกพิพาทเป็นสินสมรสของบิดามารดาโจทก์ ระหว่างบิดามารดาโจทก์อยู่กินร่วมกันบิดาโจทก์ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินและตึกพิพาทให้แก่จำเลยในขณะที่จำเลยเป็นเลขานุการและเป็นภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ และมีผู้ปลอมลายมือชื่อของมารดาโจทก์ลงในหนังสือให้ความยินยอม นิติกรรมการซื้อขายจึงไม่สมบูรณ์และไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมิได้บรรยายถึงการกระทำของจำเลยว่าได้รับโอนที่ดินและตึกพิพาทมาไม่สุจริต ที่บรรยายว่าจำเลยเป็นเลขานุการและภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์นั้นเป็นการบรรยายเกี่ยวกับสภาพสถานะของจำเลยหาใช่ว่าจำเลยจะได้กระทำโดยไม่สุจริตไม่ และที่บรรยายว่าลายมือชื่อของมารดาโจทก์ในหนังสือให้ความยินยอมปลอมนั้นก็มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมหรือร่วมรู้เห็นในการปลอมด้วย ดังนี้เมื่อจำเลยให้การว่าจำเลยซื้อที่ดินและตึกพิพาทมาโดยสุจริตตามคำฟ้องและคำให้การจึงฟังเป็นยุติได้แล้วว่า ขณะที่ทำนิติกรรมการซื้อขายนั้นจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้กระทำการโดยสุจริตโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๐คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาต่อไป ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2536 นางขนิษฐา ธรรมวิทย์ โจทก์ นางศศิวรรณ อุณหสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางขนิษฐา ธรรมวิทย์ · จำเลย - นางศศิวรรณ อุณหสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมหินทร์ สุรดินทร์กูร · ศาลอุทธรณ์ - นายวิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 352/2498ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 6663/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา