⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1078/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อพินัยกรรมฉบับหลังขัดแย้งกับพินัยกรรมฉบับก่อนในส่วนของการยกทรัพย์มรดกและการตั้งผู้จัดการมรดก และเจ้ามรดกมิได้แสดงเจตนาไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าพินัยกรรมฉบับก่อนเป็นอันถูกเพิกถอนโดยพินัยกรรมฉบับหลังในส่วนที่ขัดแย้งกันนั้น

ย่อคำพิพากษา

พินัยกรรมฉบับก่อนเจ้ามรดกยกที่ดินนาให้โจทก์ 10 ไร่ส่วนพินัยกรรมฉบับหลังเจ้ามรดกยกที่ดินนาให้โจทก์จำเลยและบุตรคนอื่น ๆ รวม 7 คน คนละ 3 ไร่ ส่วนที่เหลือยังเป็นส่วนของเจ้ามรดกอยู่ โดยมิได้กล่าวถึงที่ดินนา 10 ไร่ ที่เคยทำพินัยกรรมยกให้โจทก์ก่อนเลย ทั้งพินัยกรรมฉบับแรกตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกแต่พินัยกรรมฉบับหลังตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก พินัยกรรมทั้งสองฉบับในส่วนเกี่ยวกับทรัพย์มรดกและการตั้งผู้จัดการมรดกจึงขัดกัน และเจ้ามรดกผู้ทำพินัยกรรมมิได้แสดงเจตนาไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น ถือว่าพินัยกรรมฉบับก่อนเป็นอันเพิกถอนโดยพินัยกรรมฉบับหลังเฉพาะเกี่ยวกับการยกทรัพย์มรดกให้ทายาทและเกี่ยวกับการตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1697

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1697

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองฉบับลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2517 ยกที่ดินเฉพาะส่วนของเจ้ามรดกให้แก่โจทก์จำนวน 10 ไร่ โจทก์ได้ไปขอรับมรดกก็ทราบว่าจำเลยได้ยื่นคำคัดค้านการขอรับมรดกของโจทก์และทราบว่าจำเลยได้เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลตามพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองฉบับลงวันที่ 4 มีนาคม2528 และได้จัดการแบ่งที่ดินมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลังนี้ ขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลังเฉพาะส่วนที่เหลือจากการแบ่งให้ทายาท และพิพากษาว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2517 มีผลบังคับได้ตามกฎหมายให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่เหลือให้โจทก์ตามพินัยกรรมฉบับดังกล่าว จำเลยให้การว่าพินัยกรรมฉบับหลังขัดกับพินัยกรรมฉบับลงวันที่4 พฤศจิกายน 2517 ที่โจทก์อ้าง จึงเป็นการเพิกถอนพินัยกรรมฉบับแรกของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พินัยกรรมฉบับหลังได้เพิกถอนพินัยกรรมฉบับก่อนที่โจทก์อ้างสิทธิแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุกหรือสุข แสวงเจริญ ดำเนินการแบ่งที่ดินส่วนที่เป็นมรดกของนางสุกหรือสุข แสวงเจริญ ในโฉนดเลขที่ 6025 ตำบลไทรใหญ่อำเภอไทรน้อย (บางบัวทอง) จังหวัดนนทบุรี ส่วนที่เหลือจากการแบ่งให้ทายาท 7 คน ๆ ละ 3 ไร่ ตามพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองฉบับลงวันที่ 4 มีนาคม 2528 ให้แก่โจทก์ในฐานะผู้รับมรดกตามพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองฉบับลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2517 จำนวนไม่เกิน 10 ไร่ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขออื่นให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า นางสุกหรือสุขแสวงเจริญ เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองฉบับลงวันที่4 พฤศจิกายน 2517 ยกที่ดินนา 10 ไร่ จากจำนวน 30 ไร่ 2 งาน96 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 6025 ตำบลไทรใหญ่ อำเภอไทรน้อย (บางบัวทอง) จังหวัดนนทบุรี ให้โจทก์และตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ต่อมาเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองฉบับลงวันที่ 4 มีนาคม 2528 ยกที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวให้โจทก์จำเลยและบุตรคนอื่น ๆ รวม 7 คน คนละ 3 ไร่ ส่วนที่ดินที่เหลือยังเป็นส่วนของเจ้ามรดกและตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าพินัยกรรมฉบับก่อนกับพินัยกรรมฉบับหลังขัดกันหรือไม่ เห็นว่า พินัยกรรมฉบับก่อนเจ้ามรดกยกที่ดินนาให้โจทก์ 10 ไร่ ส่วนพินัยกรรมฉบับหลังเจ้ามรดกยกที่ดินนาให้โจทก์จำเลยและบุตรคนอื่น ๆ รวม 7 คน คนละ 3 ไร่ ส่วนที่เหลือยังเป็นส่วนของเจ้ามรดกอยู่ โดยมิได้กล่าวถึงที่ดินนา 10 ไร่ที่เคยทำพินัยกรรมยกให้โจทก์ก่อนเลย ทั้งพินัยกรรมฉบับแรกตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดก แต่พินัยกรรมฉบับหลังตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกพินัยกรรมทั้งสองฉบับในส่วนเกี่ยวกับทรัพย์มรดกและการตั้งผู้จัดการมรดกจึงขัดกัน และเจ้ามรดกผู้ทำพินัยกรรมมิได้แสดงเจตนาไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น ถือว่าพินัยกรรมฉบับก่อนเป็นอันเพิกถอนโดยพินัยกรรมฉบับหลังเฉพาะเกี่ยวกับการยกทรัพย์มรดกให้ทายาทและเกี่ยวกับการตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1697 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าพินัยกรรมฉบับหลังขัดกับพินัยกรรมฉบับก่อนอยู่เพียง 1 งาน 4 ตารางวา และโจทก์ยังมีสิทธิได้รับที่ดินมรดกตามพินัยกรรมฉบับก่อนบางส่วนนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกที่จะฟ้องขอแบ่งที่ดินมรดกที่เหลือจากการแบ่งตามพินัยกรรมฉบับหลังภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2537 นาย เต็ม แสวง เจริญ โจทก์ นาง ละเอียด พัด หนอง โพธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เต็ม แสวง เจริญ · จำเลย - นาง ละเอียด พัด หนอง โพธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมปอง เสนเนียม · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 419/2541ฎีกา 651/2498ฎีกา 7462/2555ฎีกา 39/2493ฎีกา 339/2534ฎีกา 8055/2556ฎีกา 1771/2517ฎีกา 121/2527ฎีกา 487/2489ฎีกา 1960/2519ฎีกา 6162/2548ฎีกา 2163/2523ฎีกา 2826/2517ฎีกา 2832-2833/2558ฎีกา 1157/2511ฎีกา 9059/2539ฎีกา 3911/2534ฎีกา 1624/2511ฎีกา 6981/2545ฎีกา 2389/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ