⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1142/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ลดโทษลงแต่ยังคงเกินกว่า 5 ปี ไม่ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อยที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย 2 กระทง จำคุกกระทงละ 10 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 20 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 10 ปีเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 7, 15, 66, 67, 102 ประกาศของกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 17 กันยายน 2522ข้อ 1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบเฮโรอีนของกลาง และคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66 วรรคแรกรวมสองกระทงจำคุกกระทงละ 10 ปี เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 รวมจำคุก 20 ปี ริบเฮโรอีนของกลางและคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยกระทงละ 5 ปีรวม 2 กระทง จำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66วรรคแรก รวมสองกระทง จำคุกกระทงละ 10 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 20 ปี ริบเฮโรอีนของกลางและคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่าจำคุกจำเลยกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 10 ปี ตามบทกฎหมายที่ศาลชั้นต้นวางมา เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก การที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาไม่มีน้ำหนักและมีข้อสงสัยว่าจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนและมีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายจริงหรือไม่จึงฟังลงโทษจำเลยไม่ได้นั้นเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด หลัง สวน โจทก์ นาย ภิรมย์วรรณ ชูวัจนะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด หลัง สวน · จำเลย - นาย ภิรมย์วรรณ ชูวัจนะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ