⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1505/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1505/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับรองบุตรนอกกฎหมายโดยพฤตินัยจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อบิดาได้ให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตร หรือมอบหมายให้ผู้อื่นกระทำการแทน. ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามกฎหมายเสมอ แม้คู่ความจะมิได้มีคำขอ.

ย่อคำพิพากษา

การรับรองบุตรนอกกฎหมายจะต้องกระทำโดยบุคคลผู้เป็นบิดาเมื่อผู้ตายซึ่งเป็นบิดาไม่ได้ให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่ผู้คัดค้านหรือมอบหมายให้ผู้ใดอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่ผู้คัดค้านแทน จึงฟังไม่ได้ว่าผู้ตายได้รับรองว่าผู้คัดค้านเป็นบุตรของตนโดยพฤตินัย ผู้คัดค้านจึงไม่เป็นทายาทที่มีสิทธิในมรดกของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 กำหนดให้ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่แม้จะให้เป็นพับกันไปก็ตาม เมื่อศาลชั้นต้นมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมและศาลอุทธรณ์ก็มิได้สั่งแก้ไขในเรื่องนี้ศาลฎีกาย่อมเห็นสมควรแก้ไขได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายกมล เอื้อวิทยา ซึ่งได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2532 โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้และมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายโดยการรับรองของผู้ตาย ผู้ร้องทั้งสองมีเจตนาปิดบังทรัพย์มรดกเป็นของตนเอง หากตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกจะเกิดความเสียหายแก่ทายาทอื่น ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องทั้งสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายกมล เอื้อวิทยา ผู้ตาย ให้ยกคำคัดค้าน ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า นายกมลผู้ตายเป็นบุตรของนายใช้และนางถนอมผู้ตายมีภริยาหลายคน นางประทุมเป็นภริยาที่ได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ตาย ผู้ร้องที่ 1 เป็นบุตรของผู้ตายซึ่งเกิดจากนางสว่างผู้ร้องที่ 2 เป็นบุตรของผู้ตายซึ่งเกิดจากนางประทุม ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2532 โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ผู้ตายมีทรัพย์มรดกที่จะต้องจัดการ และมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกจึงต้องตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นทายาทมีสิทธิในมรดกของผู้ตายหรือไม่...เห็นว่า ผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นทายาทโดยเป็นบุตรของผู้ตายซึ่งเกิดจากนางน้อมที่อ้างว่าเป็นภริยาของผู้ตายเป็นการอ้างว่าเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 การรับรองว่าเป็นบุตรดังกล่าวจะต้องกระทำโดยบุคคลผู้เป็นบิดา พยานผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ตายต่างเบิกความสอดคล้องต้องกันว่าผู้คัดค้านไม่ใช่บุตรของผู้ตาย ผู้ตายไม่เคยอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่ผู้คัดค้าน นางรวีวรรณน้องของผู้ตายพยานผู้ร้องทั้งสองก็เบิกความยืนยันว่า นางรวิวรรณเป็นผู้อนุญาตให้ผู้คัดค้านใช้นามสกุลเอื้อวิทยา นางรวีวรรณเป็นผู้ให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่ผู้คัดค้านที่ผู้คัดค้านฎีกาว่าผู้ตายมอบเงินให้นางถนอมเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูนางน้อมและผู้คัดค้าน และนางถนอมลงลายมือชื่อเป็นผู้แจ้งเกิดผู้คัดค้านว่าผู้ตายเป็นบิดาของผู้คัดค้านโดยผู้ตายให้ความยินยอมนั้นก็ไม่มีหลักฐานสนับสนุนประกอบกับผู้คัดค้านเบิกความตอบคำถามค้านของทนายผู้ร้องว่านางรวีวรรณส่งเสียให้ผู้คัดค้านเรียนหนังสือ ผู้ตายไม่เคยพาผู้คัดค้านไปไหนมาไหนด้วย ผู้คัดค้านไม่เคยมีภาพถ่ายที่ถ่ายร่วมกับผู้ตาย ความจริงแล้วนางน้อมไม่เคยพักอาศัยอยู่ในบ้านของผู้ตายผู้ตายไม่เคยยกทรัพย์สินให้ผู้คัดค้าน และเบิกความตอบคำถามทนายผู้ร้องตามที่ขออนุญาตศาลถามว่า ที่นางรวีวรรณยกที่ดินให้ผู้คัดค้านนั้นผู้ตายไม่ทราบเรื่อง ดังนี้ กรณียังไม่ได้ความว่าผู้ตายให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่ผู้คัดค้านหรือมอบหมายให้นางถนอมอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่ผู้คัดค้านแทนพยานหลักฐานของผู้ร้องทั้งสองมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของผู้คัดค้าน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ตายมิได้รับรองว่าผู้คัดค้านเป็นบุตรของตนโดยพฤตินัย ผู้คัดค้านจึงไม่เป็นทายาทมีสิทธิในมรดกของผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้โดยละเอียดและพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161กำหนดให้ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่ แม้จะให้เป็นพับกันไปก็ตาม แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ก็มิได้สั่งแก้ไขในเรื่องนี้จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1505/2537 นาง จันทนา เกิดสุขหรือเกิดศุข กับพวก ผู้ร้อง นาย ขจร ศักดิ์ เอื้อ วิทยา ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง จันทนา เกิดสุขหรือเกิดศุข กับพวก · ผู้คัดค้าน - นาย ขจร ศักดิ์ เอื้อ วิทยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมพงษ์ สนธิเณร · สมศักดิ์ วิธุรัติ · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1914/2529ฎีกา 652/2510ฎีกา 984/2482ฎีกา 5324/2537ฎีกา 7618/2552ฎีกา 3467/2525ฎีกา 1063/2545ฎีกา 1345/2532ฎีกา 6809/2541ฎีกา 603/2509ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 2532/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 3208/2538ฎีกา 748/2551ฎีกา 2087/2523ฎีกา 951/2542ฎีกา 1368/2534ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 5089/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ